Categories
Uncategorized

11.11 Power Buy เครื่องซักผ้าดี ๆ มีไว้ให้ได้เลือกซื้อ

11.11 Power Buy

            เครื่องซักผ้านั้นต้องเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นมาก ๆ กับครอบครัวยุคใหม่ในปัจจุบัน ด้วยความเร่งรีบกับความต้องการในเรื่องความสะดวกสบาย ซึ่งเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ นั้นก็ช่วยทำให้เครื่องซักผ้านั้นมีนวัตกรรมและฟังก์ชั่นเพื่อการใช้งานต่าง ๆ ที่ดียิ่งขึ้นเพื่อความสะอาดของเสื้อผ้าอย่างมากมาย และเมื่อใกล้ถึงช่วง 11.11 Power Buy นั้นใครที่กำลังเล็งเครื่องซักผ้ารุ่นต่าง ๆ ไว้ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ๆ ในการที่จะเลือกซื้อมาใช้งานกัน เพราะว่ามีโปรโมชั่นและการลดราคามากมาย ดังนั้นเราจะมาแนะนำถึงวิธีการเครื่องซักผ้าที่คุณไม่ควรพลาดในช่วงเทศกาลลดราคาสุดยิ่งใหญ่ดังกล่าว ถ้าพร้อมแล้วลองมาดูกันได้เลยครับ

                1. เลือกชนิดของเครื่องซักผ้า

                เครื่องซักผ้านั้นมีหลายชนิดให้ได้เลือกซื้อเลือกใช้กัน โดยหลัก ๆ นั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ ด้วยกันซึ่งจุดเด่นในการใช้งานนั้นก็มีแตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้

                – เครื่องซักผ้าแบบฝาบน

                เป็นเครื่องซักผ้าที่ได้รับความนิยมตามบ้านเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยดีไซน์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน มีกำลังของมอเตอร์ที่ออกแบบมาให้ค่อนข้างแรง คราบสกปรกและคราบฝังลึกจึงสามารถออกได้อย่างค่อนข้างง่าย มีขนาดของเครื่องที่ค่อนข้างหลากหลาย ทำให้สามารถนำไปวางในที่ต่าง ๆ ในบ้านได้อย่างยืดหยุ่น มีการทำความสะอาดที่ง่ายเพราะว่าสามารถใส่น้ำยาทำความสะอาดเข้าไปได้ทันที

                – เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า

                เป็นเครื่องซักผ้าที่นิยมรองมาแต่ว่าก็ได้ค่อย ๆ เพิ่มความนิยมอยู่เรื่อย ๆ เลยทีเดียว จุดเด่นของเครื่องซักผ้าประเภทนี้อยู่ที่บางเครื่องมีฟังก์ชั่นเป็นเครื่องอบผ้าในตัวทำให้ผ้าแห้งโดยที่ไม่จำเป็นต้องตากได้ แต่ว่าเรื่องของกำลังซักอาจจะน้อยกว่าแบบฝาบน ดังนั้นถ้าหากว่าไม่ได้มีจำนวนผ้ามากและชอบฟังก์ชั่นและการทำงานที่รวดเร็วแล้วล่ะก็เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าก็ค่อนข้างเหมาะกับคนยุคใหม่เลยทีเดียว

                – เรื่องของความจุ

                อันนี้จะมองข้ามไปไม่ได้เด็ดขาดเพราะว่าความจุนั้นเป็นเรื่องที่ส่งผลโดยตรงกับความต้องการพื้นฐานในการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าเลยก็ว่าได้ โดยความจุของเครื่องซักผ้าในแต่ละบ้านหรือแต่ละครอบครัวนั้นจะแตกต่างกันออกไป โดยปัจจัยหลักก็จะอยู่ที่สมาชิกในครอบครัวว่ามีมากหรือว่ามีน้อย โดยเฉลี่ย 1 คนจะอยู่ที่ 1.5 กก. ต่อวัน อย่างเช่นครอบครัวไหนที่มี 4 คนนั้นแนะนำว่าให้ซื้อที่มีความจุประมาณ 6 กก. นั่นเอง

                – เสียงของเครื่องสักผ้า

                เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์นั้นแน่นอนว่าต้องมีเรื่องราวของเสียงที่อาจจะดังรบกวน สิ่งที่สำคัญมาก ๆ ก็คือการศึกษาข้อมูลก่อนซื้อ ซึ่งอาจจะต้องไปดูการรีวิวใน YouTube น่าจะได้ข้อมูลที่ดีตรงความต้องการมากที่สุด ซึ่งเครื่องซักผ้าที่มีระบบ Inverter นั้นถือว่าจะให้เสียงที่เบากว่าเครื่องซักผ้าแบบปกติ

                และนี่คือวิธีการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าที่เราอยากจะแนะนำทุกท่านใครอยากจะซื้อก็ถือว่าใกล้ช่วง 11.11 Power Buy แล้ว ซึ่งอย่าพลาดโปรโมชั่นและราคาดี ๆ ของเครื่องซักผ้ารุ่นต่าง ๆ กันนะครับ  

Categories
Uncategorized

คอมพิวเตอร์ดีไซน์สวยไม่แพ้โน๊ตบุ๊ค

เมื่อก่อนเราอาจจะจำภาพ คอมพิวเตอร์ ตั้งโต๊ะ ที่เป็นตู้ใหญ่ๆ จอเทอะทะไม่สวยและดูเนิร์ด แต่วันนี้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนั้นดีไซน์สวยไม่แพ้โน๊ตบุ๊ค คนทำงานออฟฟิศสามารถมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสวยๆ แบบไม่ต้องมีเคสสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ อีกต่อไป โมเดลเหล่านี้มักถูกเรียกว่า All-in-One คือ รวมทั้งคอมพิวเตอร์และหน้าจอเข้าด้วยกัน หลายแบรนด์มีการพัฒนารูปทรงและการใช้งานออกมาสวย เรียบหรู และยังมีหน้าจอที่คมชัดขึ้น ไม่เพียงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดี คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในปัจจุบันยังเป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งออฟฟิศ แต่งบ้าน ได้อย่างสวยงาม ไปดูกันดีกว่า

คอมพิวเตอร์ ตั้งโต๊ะ

Lenovo IdeaCentre AIO 520 (จอ 21.5 นิ้ว) ตัวนี้เป็นรุ่นที่ลื่นที่สุด และอาจจะแรงที่สุดด้วยก็ได้* ด้วย RAM มากถึง 8GB เยอะที่สุดในลิสต์กับโปรเซสเซอร์ AMD A9-9420 ทั้งสองอย่างนี้จะช่วยให้คุณเปิดโปรแกรมทำงานพร้อมกันได้หลากหลาย ในราคาคอมพิวเตอร์ที่ยังเกาะมีนกลุ่ม 17,990 บาท ตัวนี้เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ไม่ได้มีดีแค่ราคาถูก แต่ยังมีความสวยงามโดดเด่นเกินราคาอีกด้วย LENOVO DESKTOP AIO 520 เป็นคอมพิวเตอร์ที่มาในรูปแบบ All-in-One แบบไม่ต้องมีตู้เคสให้เกะกะสายตา

จุดเด่นคือจอภาพแบบไร้ขอบ ที่สามารถทัชสกรีนได้แบบ multi-touch ขนาด 21.5 นิ้ว พลังจาก RAM 8GB อาจถูกใช้ไปกับหน้าจอ Touch Screen ประมาณ 1GB แต่ที่เหลือนั่นก็มากพอให้เครื่องนี้เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะลื่นที่สุดในรุ่น ไม่เพียงเท่านั้น ยังส่งรับข้อมูลทาง USB ได้รวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยี USB 3.0 ทั้งหมดไว้ในจอภาพที่อยู่บนขาตั้งเดี่ยวเรียวสวยงามยิ่งส่งเสริมให้ออฟฟิศของคุณสวยมากขึ้น พร้อม Webcam ตัวนี้น่าสนใจตรงที่ สามารถหุบเข้าไปเมื่อไม่ใช้งานได้ สำหรับคนที่ไม่มั่นใจว่าจะโดนแอพไหนแอบเปิดกล้องส่องรึเปล่า ก็สามารถหุบกล้องเข้าไปได้เลย

Acer Aspire C20-830 มาพร้อมเทคโนโลยี BlueLightShield และ Flickerless ปกป้องดวงตาจากความเมื่อยล้า แต่ต้องสังเกตว่าในราคานี้จะได้จอภาพที่ 19.5” Full HD 1600×900 ต่ำกว่ามีนกลุ่มหน่อย แต่ 19” ก็ไม่เล็ก ยังใหญ่กว่าโน๊ตบุ๊คทั้งหมด และด้วยราคาคอมพิวเตอร์ที่ได้มามันน่าสนใจมาก เรื่องของประสิทธิภาพตัวนี้ไม่สูง มากับ CPU ประหยัด Intel Pentium J5005 บน RAM 4GB และ Harddisk ที่ 500 GB (ดีที่ได้ความเร็ว 7200 RPM) เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสำหรับงานที่ไม่หนัก หรืองานแอดมิน ดีไซน์บอดี้และขาตั้งคล้าย iMac บอดี้สีขาว มีลำโพงคู่ stereo ด้านหน้า พร้อมขอบจอกระจกสีดำสวยงาม ประกัน ACER ให้มา 3 ปี แต่ Onsite มาหาที่บ้านแค่ 1 ปีนะ หลังจากนั้นต้องส่งศูนย์ด้วยตัวเอง

HP All-in-One 22-C0041D ตัวนี้เป็นอีกโมเดลเลยจาก HP ที่เรียกว่า มีแต่ข้อดี จนไม่มีจุดสังเกต นอกจากพอร์ตต่อเชื่อม และการออกแบบให้ทำงานได้ครบครันแล้วยังมีดีไซน์ขาตั้งหน้าจอขนาด 21.5 นิ้วที่แปลกตาอีกด้วย

ด้านประสิทธิภาพไม่ธรรมดา กับ CPU Intel Core-i3 ที่มาใหม่ Gen8th ใหม่และดี ทำงานร่วมกับ RAM 4GB แบบ DDR4, 2400 MHz ส่วนของ Harddisk มีความจุ 1 TB ที่ความเร็ว 7200 RPM มี Wireless, Bluetooth และ USB 3.0 ถึง 2 พอร์ต ให้การเชื่อมต่อข้อมูลรวดเร็ว รวมถึงประกัน On-site ของ HP ที่ดูแลให้ถึง 3 ปีสบายๆ

การ์ดจอ NVIDIA® GeForce® MX110 นี่ก็พอใช้เล่นเกมส์ได้อยู่นะ ลำโพงเสียงอย่างดี จากพาร์ทเนอร์ของ HP ชื่อดัง B&O PLAY ซ้ายขวาสองข้าง เรียกว่าเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ครบครันทั้งใช้ทำงานและความบันเทิงสำหรับครอบครัว

Dell AIO 3277 เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบ all-in-one เพียงรุ่นเดียวจากยี่ห้อ DELL ถ้าหากใครเป็นแฟนคลับยี่ห้อนี้ต้องมาทางนี้เลย ในรุ่นนี้ Dell AIO 3277 มาพร้อม CPU คุณภาพสูง Intel Core i3 ทำงานกับ RAM 4GB บนขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้วที่ความละเอียดสูง 1920×1080 Full HD

Categories
Uncategorized

คอมพิวเตอร์ dell รุ่นไหนดี ปี 2020

Computer Dell
<!–td {border: 1px solid #ccc;}br {mso-data-placement:same-cell;}–>
คอมพิวเตอร์ dell

วันนี้เราจะมาแนะนำ คอมพิวเตอร์ dell หรือ โน๊ตบุ๊ค Dell ที่ได้รับความเป็นที่นิยม เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือในระดับต้น ๆ ที่เน้นในการใช้งานทั่ว ๆ ไป ไปจนถึงใช้งานในระดับองค์กรที่เป็นโน๊ตบุ๊คระดับไฮเอ็นด์เลยก็ว่าได้ ด้วยการออกแบบให้ดูหรูหราในระดับพรีเมี่ยมแต่กลับใช้วัสดุที่ให้ความแข็งแรงทนทาน สเปคของเครื่องที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม มีการใช้งานที่เสถียร ซี่รีส์โน๊ตบุ๊คแบ่งประเภทความต้องการใช้งานของคุณได้อย่างลงตัว นั้นจึงค่อนข้างเหมาะกับน้อง ๆ นักศึกษา ไว้ใช้สำหรับพาไปเรียน หรือเน้นทำงานเป็นหลักอย่างอย่างเช่น พิมพ์งาน เขียนแบบ เขียนเว็บโปรแกรมมิ่ง แต่งรูปในโฟโต้ชอป ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มากความสามารถอีกแบรนด์ เพราะใช้ทำงานที่หลากหลายได้ อีกทั้งยังมาพร้อมกับราคาที่คุ้มค่ากับประสิทธิภาพมากๆ

ข้อดีของ คอมพิวเตอร์ dell มีอะไรบ้าง

1. แอปพลิเคชั่น Dell Mobile Connect ซิงค์ระหว่างสมาร์ทโฟน iOS และ Android ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้ง 2 อุปกรณ์พร้อม ๆ กันได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยจะแจ้งเตือนข้อความ โทรเข้า เป็นประโยชน์อย่างมากทำให้เราเราไม่พลาดการติดต่อ

2. พกพาง่ายด้วยน้ำหนักและขนาดเครื่อง โน๊ตบุ๊ค Dell ออกแบบให้พกพาไปได้ไหนมาไหนได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็น ร้านกาแฟ ออฟฟิศ หรือมหาวิทยาลัย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย อีกทั้งโน๊ตบุ๊ค Dell ยังเน้นผลิตหน้าจอขนาด 13-15 นิ้ว เป็นหลัก โดยรวมแล้วขนาดก็ไม่ได้ใหญ่มาก จึงหยิบจับพับเก็บได้สะดวก

3. คีย์บอร์ดและทัชแพด อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายคนให้ความสำคัญนั้นคือคีย์บอร์ดมี่สัมผัสที่นุ่มไหม น่าใช้ง่ายหรือไม่ สำหรับโน๊ตบุ๊ค Dell นั้น คีย์บอร์ดเป็นแบบฟลูไซส์ ส่วนปุ่มมันมีความโค้งรับกับนิ้วมือได้พอดี ทำให้เราพิมพ์ได้สบายมือ ตัวปุ่มเว้นระยะห่างออกจากกันตามมาตราฐานของโน๊ตบุ๊ค ส่วนทัชแพดค่อนข้างใหญ่ ปุ่มคลิกซ้ายคลิกขวา เป็นแบบซ่อน และควบคุมได้ดี

4. สเปคเครื่องที่แรง โน๊ตบุ๊ค Dell มีการใส่สเปคตามยุคสมัยของฮาร์ดแวร์ ซึ่งเราจะพบเห็นซีพียูที่ใช้ในปี 2020 นั่นคือ Intel เจน 9 และ 10 อย่างเช่น รุ่นกลาง i5 ซึ่งมีแกนประมวล 4 คอร์ 8 เธรด และ i7 6 คอร์ 12 เธรด อาร์ดดิสก์บางรุ่นยังใช้แบบจานหมุน โดยส่วนมากในโน๊ตบุ๊คใช้แบบ SSD หรือ M.2 ทำให้เปิดเครื่อง ก๊อปไฟล์ไวขึ้น และสามารถอัปเกรดแรมกับฮาร์ดดิสก์ได้ภายหลังเช่นกันหากพื้นที่เต็มต้องการความจุแรมที่เยอะขึ้น

5. การรับประกัน โน๊ตบุ๊ค Dell ทุกรุ่นประกัน 2 ปี รวมทั้ง OnSite Service ไม่ว่าคุณจะอยู่บ้าน คอนโด อพาเมน จะมีช่างบริการให้ถึงบ้านกันเลยทีเดียว และยังมีการบิรการทางโทรศัพท์หากเครื่องมีปัญหาคุณสามารถโทรติดต่อ จากนั้นช่างเทคนิคของ Dell ตอบแก้ปัญหาของเครื่องโน๊ตบุ๊ค

กล่าวคือ โน้ตบุ๊ก DELL แบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่มีสเน่ห์แตกต่างจากโน้ตบุ๊กยี่ห้ออื่น ๆ ตรงที่ผู้ซื้อสามารถออกแบบปรับแต่งฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างอิสระ ซึ่งวิธีการผลิตนั้นก็ขึ้นอยู่กับออร์เดอร์ของผู้สั่งซื้อ ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงได้ และนี่เองคือความลับที่ทำให้โน้ตบุ๊กยี่ห้อ DELL นี้มีราคาคุ้มสุด ๆ ที่หลายคนสามารถหาซื้อได้ และกำลังเป็นที่นิยมอยู่นั้นเอง

นอกจากนี้ DELL ยังมีการพัฒนาโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ๆ ออกมาเพื่อให้เข้ากับการนำไปใช้ของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊กสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต อีเมล ใช้ทางธุรกิจ หรือสำหรับผู้เล่นเกมมือสมัครเล่น ผู้เล่นเกมมือโปร เป็นต้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ตรงกับความต้องการได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และนี่ก็เป็นสเน่ห์อีกข้อนึงของแบรนด์นี้เลย

Categories
Uncategorized

11.11 Power Buy

ในสถานการณ์เช่นนี้ การเปิดหน้าร้าน หรือการทำการตลาดแบบออฟไลน์อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด สาเหตุนั้นมาจากการล็อกดาวน์ภายในประเทศ อีกทั้งผู้ประกอบการยังต้องเสียต้นทุนที่อาจได้กำไรกลับมาแบบไม่คุ้ม ดังนั้น การลดต้นทุนจากการใช้จ่ายหน้าร้านเพื่อมาลงทุนกับธุรกิจออนไลน์ อาจเป็นเหมือนกับแสงสว่างเพื่อช่วยให้ธุรกิจรอดพ้น นอกจากนี้การทำธุรกิจ E-Commerce หรือสร้างแคมเปญ 11.11 Power Buy ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ผู้ประกอบการสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น โดยการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อนำเสนอแบรนด์ และมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า อีกทั้งยังลดความกังวลเมื่อลูกค้าต้องคำนึงถึง Social Distance * หากตัวลูกค้าจะกลับมาชอปปิงที่หน้าร้านของท่านอีกครั้ง

11.11 Power Buy

ก่อนที่เราจะนำขั้นตอนการปรับปรุงธุรกิจออนไลน์ไปใช้ การสร้างความเข้าใจว่า พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคมีผลอะไรบ้าง เพื่อให้ทุกท่านเห็นภาพรวมและเข้าใจถึงสาเหตุที่พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกัน เหตุการณ์หลัก ๆ ที่ทุกท่านกำลังเผชิญกันอยู่ในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นกับ มาตรการชัตดาวน์ การงดพบปะสังสรรค์กับผู้คน ห้างร้านและสถานที่ท่องเที่ยวปิดตัวลงชั่วคราว บางสถานที่อาจเปิด-ปิดในเวลาที่กำหนด และใช้เวลาอยู่บ้าน เหตุการณ์เหล่านี้ ทำให้เทรนด์ใหม่ ๆ ของการซื้อขายนั้นเกิดขึ้น พฤติกรรมการบริโภคสินค้าบางอย่างชะลอตัวลง แต่กลับมีการบริโภคสินค้าบางอย่างสูงขึ้น

โควิด19 ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของสังคมไร้เงินสดอย่างจริงจัง เพราะความกลัวว่า ไวรัสจะแพร่กระจายผ่านทางธนบัตรและเหรียญ ทำให้ธุรกิจจำนวนมากยอมรับการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัส และดูเหมือนว่าเราจะหลีกเลี่ยงสังคมไร้เงินสดในระดับโลกไม่ได้แล้ว เนื่องจากการใช้ช่องทางการชำระเงินและการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบดิจิทัลได้รับความนิยมและแพร่หลายมากขึ้น การระบาดของโควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตใหม่รูปแบบนี้เกิดขึ้นได้เร็วกว่าเดิมมาก เพราะเริ่มมีร้านค้าหลายแห่งปฏิเสธการชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยเงินสด

นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงการมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า สามารถสร้างความแตกต่างให้แก่แบรนด์    ยิ่งการชอปปิงออนไลน์เป็นที่นิยมมากขึ้นเท่าไหร่ การแข่งขันในตลาดก็ยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้น แบรนด์จำเป็นที่จะต้องหากลยุทธ์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและหาจุดแตกต่างที่คู่แข่งไม่มี

หากแบรนด์สามารถ สร้างประสบการณ์ที่ดี เพื่อเอาชนะใจลูกค้าได้ โอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำและภักดีต่อแบรนด์ ก็จะมีสูงขึ้นอีกด้วย เช่นสร้างแคมเปญ 11.11 Power Buy ให้ติดหู ลด แลก แจก แถม และบริการหลังการขายที่ดี จะการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า หรือ Customer Experience คือการที่ลูกค้าได้มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ ทั้งการได้เห็น ได้ยิน หรือมีส่วนร่วมเพื่อทำกิจกรรมบางอย่างกับแบรนด์ ซึ่งแบรนด์นั้นสามารถตอบสนองความต้องการให้แก่ลูกค้าได้ ทั้งในรูปแบบการซื้อขายสินค้า และการบริการ และลูกค้าเกิดความประทับใจต่อสินค้าและบริการนั้น ๆ ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อของกับเราอีกและกลายมาเป็นลูกค้าประจำ

และสุดท้าย จากการสำรวจของบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก McKinsey & Company พบว่า ภายใต้วิกฤตโควิด-19 ผู้บริโภคมักจะให้ความสำคัญกับราคาสินค้าที่ถูกลง ในขณะที่ภายใต้สถานการณ์ปกติผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับมูลค่าของสินค้ามากกว่าราคา อย่างไรก็ตาม ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ผู้บริโภคจะต้องมีเหตุผล ที่ถูกต้องและเหมาะสมจึงจะตัดสินใจซื้อสิ่งของราคาแพง จากการสำรวจดังกล่าวยังพบว่า ผู้บริโภคน้ำดื่มบรรจุขวดมากกว่าร้อยละ 33 พอใจกับราคาน้ำดื่มที่ถูกกว่า และยังกล่าวว่าพวกเขาไม่ต้องการผลประโยชน์ที่แบรนด์ซึ่งมีราคาสูงกว่ามอบให้อีกต่อไป จึงมีความเป็นไปได้ที่ความแตกต่างของคุณภาพน้ำดื่มระหว่างแบรนด์ที่ราคาถูกกว่ากับแบรนด์ที่ราคาแพงกว่าก็ไม่มีความสำคัญสำหรับผู้บริโภคด้วยเช่นกัน

Categories
Uncategorized

แอร์เคลื่อนที่ Hitachi หรือรุ่นไหนดีที่สุดกับความต้องการ

แอร์เคลื่อนที่ Hitachi

                นับว่าเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่หรือแอร์เคลื่อนที่นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างสำคัญมาก ๆ เลยทีเดียวสำหรับการใช้ชีวิตในเมืองร้อนอย่างประเทศไทย เพราะว่าเรื่องประสิทธิภาพความเย็นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างเทียบเคียงกับเครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งถาวรในบ้านเลยทีเดียว แต่ว่ามีจุดเด่นที่สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างคล่องแคล่วสะดวกสบาย ซึ่งเครื่องปรับอากาศหรือแอร์เคลื่อนที่ก็มีออกมาหลากหลายแบรนด์ทำออกมาอย่างเช่น เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่หรือ แอร์เคลื่อนที่ Hitachi ที่มีฟังก์ชั่นและรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีการเลือกเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณรวมถึงแบรนด์ที่น่าสนใจกัน

                อันดับแรกเรามาดูวิธีการเลือกแอร์กันก่อนว่าควรมีวิธีการเลือกอย่างไรในขั้นพื้นฐานบ้าง

                – เลือกให้เหมาะสมกับสถานที่

                เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่นั้นไม่ได้เหมาะสมกับทุกบ้านและทุกสถานที่ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดค่อนข้างเล็กสามารถกระจายความเย็นได้เฉพาะที่ ดังนั้นสถานที่ ๆ จะใช้งานก็ควรเป็นแบบที่เหมาะสม นั่นคือพื้นที่ซึ่งมีลักษณะเล็กพอดี ๆ และที่สำคัญต้องมีปลั๊กไฟในการเสียบใช้งานและควรต้องมีพื้นที่ให้สำหรับวางท่อเพื่อระบายน้ำออกไป เพราะว่าบางรุ่นนั้นต้องใช้ระบบการระบายน้ำ

                – ดูน้ำหนักและการเคลื่อนย้ายที่สะดวก

                สิ่งที่เป็นจุดขายเลยของเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่นั่นก็คือการเคลื่อนย้ายที่สะดวกสบาย และการดีไซน์ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกซอกทุกมุมที่ต้องการในบ้าน แต่ว่าการเคลื่อนย้ายบ่อย ๆ นั้นก็ต้องมีการพิจารณาถึงเรื่องน้ำหนักด้วย เพราะว่าถ้าหากว่ามีน้ำหนักที่มากเกินไปการจะนำไปไว้ชั้น 2 หรือชั้นอื่น ๆ ของบ้านนั้นก็จะเป็นการไม่สะดวกนัก อีกทั้งเรื่องดีไซน์ก็ควรเป็นในแบบที่กะทัดรัดไม่เทอะทะใหญ่เกินไปในการไปจัดวางในมุมต่าง ๆ ของบ้าน ที่สำคัญควรหารุ่นที่มีล้อติดมาให้ด้วยยิ่งดีเพื่อความสะดวกสบายในการเคลื่อนย้าย

                – ดูรุ่นที่มีฟังก์ชั่นการระเหยน้ำเอง

                ปัญหาที่หลายคนต้องเจอเป็นประจำก็คือน้ำทิ้งจากเครื่องปรับอากาศ ซึ่งมักจะไปเกาะสะสมอยู่ภายในตัวเครื่อง แต่ว่าก็มีเครื่องปรับอากาศที่มีฟังก์ชั่นการระเหยน้ำในตัวเครื่องได้เองอยู่ให้ได้เลือกซื้อได้เลือกใช้งานกัน โดยช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องมาคอยเทน้ำทิ้งบ่อย ๆ ด้วย

                มาถึงส่วนนี้เราจะพาทุกท่านไปทำรู้จักกับเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ในรุ่นที่น่าสนใจกันครับ

                – Jensany แอร์เคลื่อนที่ 9000 BTU รุ่น HM132

                ถ้าพูดถึงเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ซึ่งมีขนาดกะทัดรัดพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันนั้นก็อยากจะแนะนำ Jensany เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ซึ่งมีขนาดให้มา 9000 BTU ในชื่อรุ่น HM132 ซึ่งความพิเศษของเครื่องนี้ก็คือโหมด พัดลม, เครื่องไล่ความชื้น, เครื่องทำความร้อน และเครื่องปรับอากาศ ในตัวเดียวกันเรียกได้ว่าคุ้มค่ามาก ๆ ทั้งนี้ยังสามารถตั้งเวลาเปิดปิดได้ล่างหน้าถึง 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วเลยทีเดียว

                – Central Air แอร์เคลื่อนที่ 14000 BTU รุ่น CTP-CB14

                มาที่แบรนด์คุณภาพที่คุ้นหูผู้ใช้งานชาวไทยมาเป็นเวลานานอย่าง Central Air ซึ่งให้ขนาด BTU มาอย่างจุใจถึง 14000 BTU เลยทีเดียว เรื่องประสิทธิภาพนั้นก็หายห่วงได้เพราะว่ามีการกระจายความเย็นในวงกว้างได้สูง มีความเย็นที่สามารถปรับได้ 4 ระดับ และมีเสียงรบกวนค่อนข้างน้อยอีกด้วย

                และนี่คือส่วนหนึ่งของเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่หรือแอร์เคลื่อนที่กับเรื่องราวน่ารู้ที่เรานำมาแนะนำกัน ไม่ว่าคุณจะใช้เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่หรือ แอร์เคลื่อนที่ Hitachi หรือแบรนด์ไหน ๆ ก็ขอให้ได้รับความสะดวกสบายคลายกังวลกันนะครับ

Categories
Uncategorized

แอร์เคลื่อนที่ หรือแอร์แบบไหนที่ใช่เลยกับคุณ

แอร์เคลื่อนที่

            เครื่องปรับอากาศหรือว่าแอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมถูกใจคนเมืองร้อนแบบประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยตลอดระยะเวลาหลาย 10 ปี ที่ผ่านมาเครื่องปรับอากาศก็ได้ผ่านการพัฒนามากมายทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพและรูปทรงจนเกิดเป็นเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ ๆ อย่างเช่นเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่หรือ แอร์เคลื่อนที่ ให้ได้ใช้งานกัน ซึ่งครั้งนี้เราจะมาแนะนำกันว่าเครื่องปรับอากาศที่น่าสนใจสำหรับคุณนั้นควรเป็นแบบไหนและมีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร

                1. เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง

                สำหรับเครื่องปรับอากาศที่ได้รับความนิยมและคุ้นตาผู้ใช้มากที่สุดประเภทหนึ่งก็คือเครื่องปรับอากาศแบบติดผนังนั่นเอง เพราะว่ามีการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน กระจายความเย็นได้อย่างกว้างไกลและทั่วถึง นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ชั้นนำทั้งหลายได้พัฒนาเครื่องปรับอากาศประเภทนี้ขึ้นมามากมาย จนกลายเป็นภาพจำของเครื่องปรับอากาศเลยทีเดียว โดยในปัจจุบันเรื่องของการประหยัดไฟก็เป็นจุดเด่นของเครื่องปรับอากาศประเภทดังกล่าวด้วยระบบ Inverter ซึ่ง BTU ก็มีให้เลือกกว้างมากตั้งแต่ 9,000 BTU ไปจนถึง 20,000 BTU เลยทีเดียว มีการให้บริการซ่อมบำรุงอย่างกว้างขวาง ใช้งานในบ้านได้อย่างสบาย ๆ ในทุกห้อง

                2. เครื่องปรับอากาศแบบตั้งหรือแบบแขวน

                นอกจากเครื่องปรับอากาศแบบติดผนังนั้นก็มีอีกแบบที่ค่อนข้างได้รับความนิยมเช่นกันนั่นก็คือเครื่องปรับอากาศแบบตั้งหรือแบบแขวน ซึ่งระดับของการติดตั้งนั้นไม่ได้อยู่ที่ผนังด้านบนแต่ว่าจะติดตั้งอยู่ที่พื้นด้านล่าง แต่ว่าก็ต้องใช้คอมเพรสเซอร์เหมือนกับแบบติดผนัง นอกจากนี้ควรหามุมที่ตั้งให้ดีเพราะว่าถ้าหากไปวางไว้ตรงมุมอับหรือที่ไม่สามารถกระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึงแล้วล่ะก็คงจะไม่คุ้มเลยล่ะ ดังนั้นจึงเหมาะกับห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นที่มีสัดส่วนไม่ซับซ้อน

                3. เครื่องปรับอากาศแบบตู้ตั้ง

                บางคนอาจจะคุ้นตากับเครื่องปรับอากาศในลักษณะนี้กันมากขึ้นตามสถานที่ต่าง ๆ แต่บางคนก็อาจจะยังไม่คุ้นเพราะว่าไม่ค่อยได้ถูกนำมาใช้ในบ้านเท่าไหร่ โดยเครื่องปรับอากาศแบบตู้ตั้งนั้นจะมีลักษณะเป็นตู้แบบสี่เหลี่ยมใหญ่ ๆ สามารถเคลื่อนย้ายไปในบริเวณต่าง ๆ ได้ ดังนั้นจึงมักนำมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า หรือว่าร้านอาหารที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของสถานที่อยู่บ่อย ๆ แต่ด้วยขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ถึงแม้ว่าจะเคลื่อนที่ได้ก็ยังเป็นอุปสรรคในการใช้งานในบ้านหรือว่าที่อยู่อาศัยอยู่ดี แต่ด้วยในปัจจุบันก็ได้มีเครื่องปรับอากาศแบบตู้ตั้งที่มีลักษณะเล็กลงอย่างมากหรือที่เราเรียกกันว่า แอร์เคลื่อนที่ ออกมาซึ่งสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้นในด้านรูปลักษณ์และยังคงมีประสิทธิภาพที่ดี

                4. เครื่องปรับอากาศแบบติดเพดาน

                สำหรับออฟฟิศหรือว่า ร้านค้า ร้านอาหาร ที่มีพื้นที่จำกัด และต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดอย่างคุ้มค่านั้น เครื่องปรับอากาศแบบติดเพดานถือว่าเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เพราะว่าสามารถติดตั้งไว้บนเพดานได้เลยโดยที่ไม่ต้องมีอุปกรณ์ใด ๆ มาเกะกะ ซึ่งอาจจะมีการติดตั้งที่ซับซ้อนและต้องใช้ช่างผู้ชำนาญการในการติดตั้งบำรุงรักษา ซึ่งไม่เหมาะกับบ้านและที่อยู่อาศัยทั่ว ๆ ไป แต่บางคอนโดก็ติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบติดเพดานมาให้เลยก็มี ทั้งนี้ก็แล้วแต่ผู้อยู่อาศัยว่าโอเคหรือไม่

                และนี่คือเรื่องราวของเครื่องปรับอากาศหรือว่าแอร์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่เรานำมาเสนอให้ทุกท่านได้ลองเอาไปใช้งานกันตามไลฟ์สไตล์กันได้เลยนะครับ

Categories
Uncategorized

หม้อทอดไร้น้ำมันไอเทมสุดฮิตติดครัว

หม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) แทบจะเป็นไอเทมสุดฮิตติดครัวของปี 2020 เลยก็ว่าได้ ถือได้ว่ามันเป็นหม้อมหัศจรรย์เลยแหละ เพราะมันสามารถทำอาหารได้หลากหลายอย่างมาก ตั้งแต่ย่าง ทอด อบเบเกอร์รี่ และอบลมร้อน และที่พีคที่ทำให้หลายคนตามล่ากันคือ มีคนเอาหม้อทอดไร้น้ำมันไปทำหมูกรอบได้น่ากินและกรอบแบบอลังการ ทำให้ตอนนี้เป็นไอเทมที่แทบจะเรียกว่า ขายดีที่สุดของปีนี้เลย สำหรับโพสต์นี้เราจะแนะนำหม้อทอดไร้น้ำมันทุกยี่ห้อดังมาเปรียบเทียบคุณสมบัติกัน เพื่อดูว่าเราควรซื้อยี่ห้อไหนดี รวมถึงเลือกรุ่นไหนที่เหมาะกับตัวเราด้วย ซึ่งนี่บอกก่อนว่าคัดมาแล้วแบบเน้นๆ อาทิ หม้อทอดไร้น้ํามัน philips (ฟิลิปส์), Tefal (ทีฟาล์ว), OTTO (ออตโต้), Smart Home (สมาร์ทโฮม) และ Haier (ไฮเออร์) เป็นต้น

หม้อทอดไร้น้ํามัน Philips

หม้อทอดไร้น้ำมัน จริงๆ แล้ว แทบจะเหมาะกับทุกคนที่ชื่นชอบการทำอาหาร รวมถึงคนที่รักสุขภาพที่อยากทานของทอดโดยที่เราไม่ต้องใช้น้ำมันในการปรุงอาหารนั่นเอง และที่เหมาะมากๆ คือคนที่ไม่ค่อยมีเวลาในการทำอาหาร เพราะเราสามารถเอาวัตถุดิบลงในหม้อและตั้งเวลาและอุณหภูมิไว้ จากนั้นเราสามารถเอาไปเวลาทำอย่างอื่นได้เลยระหว่างนั้น ทุกอย่างคือดีมากและเหมาะกับทุกคนนั่นเอง

ชนิดของ หม้อทอดไร้น้ำมัน เป็นสิ่งแรกที่คุณต้องเลือก โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ดังนี้

  1. แบบตะกร้า (Basket-type Air Fryer): มีตะกร้าสำหรับใส่อาหาร ลมจะผ่านตะกร้าเข้าสู่อาหารจนทำให้สุก แยกน้ำมันส่วนเกินออกจากอาหารลงสู่ส่วนแยกด้านล่างของหม้อ อาหารที่ได้จะมีความแห้งน่ารับประทาน ข้อดีคือตัวเครื่องมีราคาไม่แพง ข้อเสียคือในบางรุ่นอาจจำเป็นต้องกลับด้านหรือคลุกเค้าอาหารด้วยตัวคุณเอง
  2. แบบใบพาย (Paddle-type Air Fryer): มีใบพายอยู่ที่ส่วนกลางของตัวเครื่อง ในขณะทำงานจะคอยกลับด้านและคลุกเคล้าอาหารให้คุณ ลมร้อนสามารถผ่านอาหารได้อย่างทั่วถึง ทำให้ได้อาหารที่น่าพอใจ สามารถทำอาหารประเภทซุปได้ด้วย ข้อดีคือไม่ต้องคอยกังวลเรื่องการกลับด้านหรือคลุกเคล้าอาหาร ข้อเสียคือมีราคาที่สูงกว่าชนิดอื่น
  3. แบบฮาโลเจน (Halogen Air Fryer): ใช้หลอดไฟฮาโลเจนแทนคอยให้ความร้อน แตกต่างจากชนิดอื่น มีตะแกรงสำหรับวางอาหาร น้ำมันส่วนเกินจะถูกแยกลงไปที่ด้านล่างของตัวหม้อ สามารถทำอาหารประเภทอบได้ด้วย ข้อดีคือสามารถมองเห็นอาหารได้ ในขณะที่เครื่องทำงาน เนื่องจากตัวเครื่องมักถูกออกแบบมาให้มีลักษณะโปร่งใส ข้อเสียคือมีราคาค่อนข้างสูงในบางรุ่น

หม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) ยี่ห้อไหนดี ?

หม้อทอดไร้น้ํามัน Philips นั้น เราต้องยกเครดิตให้เค้าหน่อย เพราะเค้าเป็นเจ้าแรกที่คิดค้นและออกหม้อทอดไร้น้ำมันเป็นเจ้าแรกของโลกเลย จนถึงตอนนี้ ทาง Philips เองก็พัฒนาหม้อทอดไร้น้ำมันของตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งจริงๆ ตัวล่าสุดที่มีราคาสูงที่สุดของเค้าตอนนี้ ถึงขั้นมีระบบ Smart Sensing AI ที่ช่วยปรุงอาหารให้เราอัตโนมัติ พร้อมทั้งควบคุมการทำงานทั้งการตั้งเวลาและความร้อนให้เราอย่างเสร็จสรรพ เอ้อ มันไปขนาดนั้นแล้วแหละ อีกเรื่องคือ ดีไซน์ตัวเครื่องของ Philips ถือว่าสวยและโดดเด่น

หม้อทอดไร้น้ำมัน Tefal รุ่น FX1000

Tefal ผู้ผลิตหม้อทอดไร้น้ำมันอีกเจ้าหนึ่งที่มีคนให้ความนิยมมากไม่แพ้เจ้าอื่น อย่างเช่น หม้อทอดไร้น้ำมัน Tefal รุ่น FX1000   นี้มีความพิเศษ สามารถทำอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การทอด อบ ปิ้ง หรือย่าง หม้อ ทอด เฟ รน ฟ ราย ก็สามาทำได้ง่ายดายในเวลาอันรวดเร็ว สามารถ ตั้งเวลา การทำอาหารได้นานถึง 30 นาที มีเสียงเตือนเมื่อหมดเวลาและมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ การออกแบบเครื่องสวยงามทันสมัย ขนาดพอเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง

หม้อทอดไร้น้ำมัน Haier ความจุ 2.5 ลิตร รุ่น HAF-K25B2 หม้อทอดไร้น้ำมันจาก Haier รุ่น HAF-K25B2 เป็น หม้อทอดไร้น้ำมันขนาดเล็ก เหมาะสำหรับทำอาหารไม่มาก ความจุ 2.5ลิตรเพียงพอต่อการทำอาหาร1-2จาน สามารถทำอาหารได้หลายเมนู ตั้งเวลาในการใช้งานได้นาน 60 นาที ตั้งอุณหภูมิได้ 80200องศาเซลเซียส ใช้งานง่ายด้วยปุ่มแบบหมุนตะแกรงแบบ Quick Clean สามารถถอดทำความสะอาดได้อย่างสะดวก

Categories
Uncategorized

พัดลมติดผนัง 18 นิ้ว ที่แนะนำ

พัดลมติดผนัง อากาศในปัจจุบันที่แทบจะหาลมพัดเย็นๆเหมือนอยู่ตามป่าเขาได้นั้นแทบไม่มี ยิ่งในตัวเมืองที่มีแต่ตึก อาคาร ที่บังทางลมผ่านด้วยนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ภายในบ้านหรือในห้องพักเลยก็คือ พัดลม สิ่งที่ช่วยบรรเทาความร้อนจากอากาศที่อบไม่มีลม แต่ในปัจจุบันการที่จะมีบ้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่หรือห้องพักกว้างๆคงเป็นเรื่องยากเพราะด้วยเรื่องของพื้นที่ที่จำกัด หากจะมีพัดลมสักเครื่องก็เปลืองพื้นที่ในการใช้สอยภายในบ้าน พัดลมจึงต้องพัฒนาตัวเองเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆเข้าไปทำให้เกิดออกมาเป็น พัดลมติดผนัง 18 นิ้ว 16 นิ้ว แล้วแต่ความต้องการ

พัดลมติดผนัง 18 นิ้ว

พัดลมติดผนัง ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อสะดวกต่อที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัดและยากต่อการถูกขโมยและไม่ต้องเก็บรักษาอะไรมากให้ยุ่งยากเหมือนพัดลมตั้งพื้น พัดลมติดผนังจึงเป็นที่นิยมไม่ใช่แค่กับบ้านหลังเล็กๆ แต่กับสถานที่อาศัยใหญ่ๆ ห้องโล่งๆ ที่หากเอาพัดลมตั้งพื้นไปตั้งก็คงจะเกะกะ จึงทดแทนเข้ามาด้วยพัดลมติดผนัง เห็นแบบนี้ก็ใช่ว่าพัดลมติดผนังจะหาซื้อแบบไหนมาใช้ก็ได้ แน่นอนว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ต้องดูในเรื่องของความประหยัดไฟและเรื่องของระบบความปลอดภัย เราจึงรวบรวมพัดลมติดผนังที่คัดไว้ให้คุณได้ลองมาเลือกดูก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

พัดลมติดผนัง 18 นิ้ว ของ HT-W18M4 HATARI ปรับแรงลมได้ 3 ระดับ ปรับส่ายซ้ายขวาอิสระ และหยุดส่ายด้วยระบบ PULL SWITCH มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงด้วยระบบรองลื่นอัตโนมัติบอล แบร์ริ่ง (BALL BEARING) เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบตัดไฟอัตโนมัติเทอร์โมฟิวส์ (THERMAL FUSE) ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพ มาตรฐานระดับโลก ISO 9001 ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยเลขที่ มอก.934-2533 จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

HATARI พัดลมติดผนัง 16 HG-W16M4 พัดลมติดตั้งผนังนี้มาพร้อมขนาด 16 นิ้ว ปล่อนลมเย็นความเร็วสูงถึง 1113 รอบต่อนาที นอกจากนี้พัดลมยังมาพร้อมกับมอเตอร์แรงสูง ใช้งานข้ามคืนแบบไม่มีปัญหา วัสดุทนทานแข็งแรง คุณสามารถปรับส่ายหรือหยุดเปลี่ยนความเร็วลมได้ถึง 3 ระดับ สีสวยน่าใช้งานให้การไหลเวียนของอากาศได้สม่ำเสมอ

Mitsubishi รุ่น W18-RU ใครชอบฟังก์ชันอัจฉริยะอย่างการปรับความแรงลมแบบลมธรรมชาติที่พัดลมสามารถปรับระดับได้เองตามอุณหภูมิ พัดลมติดผนังรีโมทจาก Mitsubishi รุ่น W18-RU ก็เป็นอีกรุ่นที่คุณน่าจะถูกใจ แถมเขายังมาพร้อมมอเตอร์คุณภาพสูง วัสดุแข็งแรงทนทานสไตล์มิตซูบิชิ แถมยังเป็นพัดลมแบบ 3 ใบพัดที่ประหยัดไฟ ติดตั้งง่าย และเสียงเงียบ ไม่รบกวนการพักผ่อนอีกด้วย

พัดลมติดผนัง อากาศในปัจจุบันที่แทบจะหาลมพัดเย็นๆเหมือนอยู่ตามป่าเขาได้นั้นแทบไม่มี ยิ่งในตัวเมืองที่มีแต่ตึก อาคาร ที่บังทางลมผ่านด้วยนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ภายในบ้านหรือในห้องพักเลยก็คือ พัดลม สิ่งที่ช่วยบรรเทาความร้อนจากอากาศที่อบไม่มีลม แต่ในปัจจุบันการที่จะมีบ้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่หรือห้องพักกว้างๆคงเป็นเรื่องยากเพราะด้วยเรื่องของพื้นที่ที่จำกัด หากจะมีพัดลมสักเครื่องก็เปลืองพื้นที่ในการใช้สอยภายในบ้าน พัดลมจึงต้องพัฒนาตัวเองเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆเข้าไปทำให้เกิดออกมาเป็น พัดลมติดผนัง 18 นิ้ว 16 นิ้ว แล้วแต่ความต้องการ

พัดลมติดผนัง ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อสะดวกต่อที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัดและยากต่อการถูกขโมยและไม่ต้องเก็บรักษาอะไรมากให้ยุ่งยากเหมือนพัดลมตั้งพื้น พัดลมติดผนังจึงเป็นที่นิยมไม่ใช่แค่กับบ้านหลังเล็กๆ แต่กับสถานที่อาศัยใหญ่ๆ ห้องโล่งๆ ที่หากเอาพัดลมตั้งพื้นไปตั้งก็คงจะเกะกะ จึงทดแทนเข้ามาด้วยพัดลมติดผนัง เห็นแบบนี้ก็ใช่ว่าพัดลมติดผนังจะหาซื้อแบบไหนมาใช้ก็ได้ แน่นอนว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ต้องดูในเรื่องของความประหยัดไฟและเรื่องของระบบความปลอดภัย เราจึงรวบรวมพัดลมติดผนังที่คัดไว้ให้คุณได้ลองมาเลือกดูก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

พัดลมติดผนัง 18 นิ้ว ของ HT-W18M4 HATARI ปรับแรงลมได้ 3 ระดับ ปรับส่ายซ้ายขวาอิสระ และหยุดส่ายด้วยระบบ PULL SWITCH มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงด้วยระบบรองลื่นอัตโนมัติบอล แบร์ริ่ง (BALL BEARING) เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบตัดไฟอัตโนมัติเทอร์โมฟิวส์ (THERMAL FUSE) ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพ มาตรฐานระดับโลก ISO 9001 ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยเลขที่ มอก.934-2533 จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

HATARI พัดลมติดผนัง 16 HG-W16M4 พัดลมติดตั้งผนังนี้มาพร้อมขนาด 16 นิ้ว ปล่อนลมเย็นความเร็วสูงถึง 1113 รอบต่อนาที นอกจากนี้พัดลมยังมาพร้อมกับมอเตอร์แรงสูง ใช้งานข้ามคืนแบบไม่มีปัญหา วัสดุทนทานแข็งแรง คุณสามารถปรับส่ายหรือหยุดเปลี่ยนความเร็วลมได้ถึง 3 ระดับ สีสวยน่าใช้งานให้การไหลเวียนของอากาศได้สม่ำเสมอ

Mitsubishi รุ่น W18-RU ใครชอบฟังก์ชันอัจฉริยะอย่างการปรับความแรงลมแบบลมธรรมชาติที่พัดลมสามารถปรับระดับได้เองตามอุณหภูมิ พัดลมติดผนังรีโมทจาก Mitsubishi รุ่น W18-RU ก็เป็นอีกรุ่นที่คุณน่าจะถูกใจ แถมเขายังมาพร้อมมอเตอร์คุณภาพสูง วัสดุแข็งแรงทนทานสไตล์มิตซูบิชิ แถมยังเป็นพัดลมแบบ 3 ใบพัดที่ประหยัดไฟ ติดตั้งง่าย และเสียงเงียบ ไม่รบกวนการพักผ่อนอีกด้วย

Simple Deluxe พัดลมติดผนังที่สามารถปรับความแรงลมได้ 3 ระดับ ควบคุมการใช้งานผ่านรีโมท สามารถตั้งเวลาเปิดปิดได้สูงสุด 4 ชั่วโมง ทนทานกว่าด้วยวัสดุอลูมิเนียมและพลาสติก ABS มาพร้อมการปรับระดับก้ม-เงยได้ 60 องศาและหมุนให้ความเย็นได้ 90 องศา ครอบคลุมทุกพื้นที่ของห้องแน่นอน

JPOWER พัดลมติดผนังแบบมีรีโมทขนาด 16 นิ้ว ให้ลมแรง เย็นสบาย ควบคุมการทำงานง่ายๆ ผ่านรีโมทคอนโทรล สามารถปรับระดับความแรงลมได้ 3 ระดับ และตั้งเวลาเปิดปิดได้ตั้งแต่ 30 นาทีไปจนถึง 7 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ถึงจะเปิดทิ้งไว้นานๆ ก็หมดห่วงเพราะมีฟังก์ชันตัดไฟอัตโนมัติ ให้ลมแรง เย็นสบาย แต่เงียบและไม่รบกวนสมาชิกในบ้าน เหมาะสำหรับติดตั้งในทุกพื้นที่ที่ต้องการ

Categories
Uncategorized

เพาเวอร์บาย 10.10 อีกหนึ่งเทศกาลของการทำเงิน

เพาเวอร์บาย 10.10 นับว่าอีกหนึ่งเทศกาลที่เรียกได้ว่าเป็นการทำยอดของการขายออนไลน์ กล่าวคือ เป็นการทำ Digital marketing หรือ การทำการตลาดรูปแบบหนึ่งโดยโปรโมทสินค้าหรือบริการผ่านทางสื่อดิจิทัล และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค เพื่อเพิ่มยอดขายโดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ ทางสื่อดิจิทัล ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสื่อเหล่านี้ได้ง่าย และสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา

เพาเวอร์บาย 10.10

นอกจากนี้การตลาดดิจิทัล คืออีกทางเลือกหนึ่งของการสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจแบรนด์ใหม่ ทำให้การรับรู้ในวงกว้างไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้ในจำนวนมากได้โดยตรง ธุรกิจแบรนด์ใหม่จึงมีโอกาสที่จะเป็นที่รู้จัก และเติบโตได้อย่างรวดเร็วช่องทางต่างๆ ของการตลาดแบบดิจิทัล

Social Media Marketing โซเชียลมีเดียจะเป็นตัวช่วยผลักดันให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จักและขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ดีขึ้นในเว็บไซต์ของ Google ซึ่งข้อดีของการทำการตลาดบนสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย คือ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย รวดเร็วทันใจ และช่วยในการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดการบอกต่อในหมู่มาก ได้อย่างง่ายดาย ช่องทางที่สามารถใช้ในการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น อยากโปรโมท เพาเวอร์บาย 10.10

Content Marketing

เนื้อหากลายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญสูงสุดสำหรับการผลิตสื่อออนไลน์ในยุคเทคโนโลยีปัจจุบัน จากคำกล่าวที่ว่า “Content is King” บ่งบอกได้ถึงคุณค่าของการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเว็บไซต์ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นเช่นกัน โดยวิธีการสร้างและแจกจ่ายเนื้อหาที่มี “คุณค่า” ให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีจุดประสงค์ให้กลุ่มเป้าหมายกลับมาสร้างรายได้ให้เรา ช่องทางที่มีส่วนช่วยในการตลาดด้วยการใช้เนื้อหา รวมถึงการมี Search Engine Optimization การใช้เนื้อหาในการทำการตลาดสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการค้นหาผ่านSEO ได้ และทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับในหน้าของการค้นหาซึ่งจะเป็นการเพิ่มปริมาณผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ ซึ่งช่องทางที่จะได้รับประโยชน์จากการค้นหา SEO

Affiliate Marketing เป็นการทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ตรูปแบบใหม่ โดยอาศัยตัวแทนโฆษณา, เซลล์แมน, ตัวแทนจำหน่าย, คนเชียร์สินค้า, รวมถึงผู้รีวิวสินค้า โดยได้รับผลตอบแทนในรูปแบบค่าคอมมิชชั่นจากเจ้าของสินค้าหรือบริการนั้นๆ ซึ่ง ณ ปัจจุบันใครๆก็สามารถเป็นผู้ช่วยขายสินค้าได้ เพราะการทำ Affiliate นั้นง่ายมาก เพียงแค่ช่วยโปรโมทสินค้าบนเว็บไซต์ หรือทาง Social Media ของตัวคุณเอง

ใครสามารถทำการตลาดแบบดิจิทัลได้บ้าง?

การตลาดดิจิทัล สามารถใช้ได้กับทุกธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะขายสินค้าหรือบริการใด แต่การตลาดแบบดิจิทัลยังคงคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลัก เพื่อสามารถระบุความต้องการของผู้เข้าชมและสามารถสร้างเนื้อหาออนไลน์ที่มีคุณค่าให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายได้ แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกิจควรใช้กลยุทธ์การตลาดแบบดิจิทัลในลักษณะเดียวกันทั้งหมดการทำการตลาดแบบดิจิทัลสำหรับธุรกิจ B2B (Business to Business) อาจไม่ได้รับความสนใจเท่ากับธุรกิจแบบ B2C (Business to Consumer) เนื่องจากตัวเลขสถิติต่างๆ และจำนวนผู้คนที่พูดถึงบนโลกออนไลน์นั้น ไม่ได้หวือหวาเท่ากับการทำการตลาดแบบB2C เพราะการทำการค้าแบบ B2B นั้น ด้วยจำนวนของลูกค้าไม่ได้มีจำนวนมากเท่าไหร่นัก

แต่หากลองเคาะตัวเลขให้ดีๆ แล้วจะพบว่าธุรกิจแบบ B2B มีมูลค่าในการซื้อขายต่อ 1 คำสั่งซื้อที่สูงมากหากธุรกิจของคุณเป็นแบบB2C หรือธุรกิจที่ขายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งการทำการตลาดแบบดิจิทัลสำหรับธุรกิจประเภท B2C นี้ ปัจจุบันมีข้อได้เปรียบอย่างมากมาย เนื่องจากเราสามารถใช้สื่อออนไลน์สื่อสารกับผู้บริโภคได้โดยตรงผ่าน Social Media ของแบรนด์ เพื่อประกาศ พูดคุย และรับฟังผู้บริโภค เพื่อที่แบรนด์จะได้หาวิธีตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

Categories
Uncategorized

พื้นที่จำกัด พัดลมติดผนังคือคำตอบ!

หลัก ๆ แล้ว พัดลมติดผนัง มีให้เลือกทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ แบบใช้รีโมทคอนโทรล และแบบใช้เชือก ซึ่งความเหมาะสมในการใช้งานก็จะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ที่ต้องการติดตั้ง หากต้องการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างเช่นห้องรับแขก หรือจำเป็นต้องติดตั้งพัดลมไว้บนผนังในตำแหน่งสูง ซึ่งอาจทำการปิด-เปิดหรือปรับการใช้งานได้ยาก แนะนำให้เลือกพัดลมที่มีฟังก์ชันรีโมทคอนโทรล เพื่อให้เราสามารถควบคุมการทำงาน ทำการตั้งค่าต่าง ๆ จากระยะไกลได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

พัดลมติดผนัง

พัดลมประเภทนี้ยังมีประโยชน์ต่อคนตัวเล็ก หรือเด็ก ๆ ที่ยังสูงไม่ถึงพอที่จะเอื้อมเปิด-ปิดสวิตช์พัดลม ก็จะสามารถใช้งานด้วยรีโมทได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ ฟังก์ชันของรีโมทในปัจจุบัน ยังสามารถทำงานได้หลายอย่างมากมาย ทั้งปรับทิศทางลมและระดับของแรงลม โดยเราแค่นั่งสบาย ๆ อยู่กับที่ ไม่ต้องลุกไปลุกมา แล้วควบคุมการทำงานทุกอย่างผ่านรีโมทเท่านั้น ซึ่งพัดลมแต่ละยี่ห้อก็จะมีการออกแบบฟังก์ชันที่น่าสนใจ และมีประสิทธิภาพต่างกันออกไปให้เราเลือก

ในพื้นที่จำกัดอย่างห้องแต่งตัวหรือห้องครัวนั้น เหมาะกับพัดลมแบบใช้เชือกมากกว่ารีโมท เนื่องจากมีพื้นที่เล็กจึงไม่จำเป็นต้องควบคุมจากระยะไกล อีกทั้งยังเปิด-ปิดเครื่องได้ง่ายเพียงแค่ดึงสาย จะสะดวกสบายกว่าการที่ต้องค้นหารีโมทหรือคอยหาปุ่มกดใด

ข้อดีอีกประการของ พัดลมติดผนัง ก็คือ มีราคาถูก เนื่องจากไม่ต้องคอยเสียเงินเปลี่ยนถ่านรีโมท จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนั้นไปได้ เหมาะกับคนที่มีงบประมาณจำกัดและต้องการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป

ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าวของเมืองไทย ทำให้หลาย ๆ บ้านต้องมีการเปิดใช้งานพัดลมตลอดทั้งวัน ดังนั้น เพื่อเป็นการประหยัดเรื่องค่าไฟแล้ว เราจึงควรเลือกสินค้าที่ใช้ไฟน้อย โดยสามารถดูได้ง่าย ๆ จากฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งออกโดยกระทรวงพลังงาน สติกเกอร์นี้จะเป็นตัวบ่งบอกระดับการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ โดยแสดงระดับตั้งแต่เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 5 ยิ่งตัวเลขมากก็จะยิ่งประหยัดไฟมาก นอกจากนี้ ยังมีดาวเพิ่มเติมเข้ามาตั้งแต่ 1 – 3 ดวง หากในฉลากเข็มชี้ไปที่เบอร์ 5 แต่มีดาวหลายดวง ก็แสดงว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ๆ ประหยัดไฟมากขึ้นไปอีกนั่นเอง

อีกหนึ่งจุดสำคัญที่ควรตรวจสอบนั้นคือ คอพัดลม ต้องดูว่าสามารถปรับส่ายได้มากน้อยแค่ไหนหรือไม่ หากต้องการติดตั้งในตำแหน่งที่สูงมาก ควรตรวจสอบเรื่องฟังก์ชันการก้ม-เงย เพื่อให้เราปรับองศาของกระแสลมได้ตามต้องการ แม้ว่าสินค้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะมีระบบการส่ายซ้าย-ขวาอัตโนมัติ หรือปรับองศาการก้ม-เงยของคอได้ แต่ก็ยังมีสินค้าบางยี่ห้อที่ไม่มีฟังก์ชันเหล่านี้นะคะ จึงขอแนะนำให้ดูที่จุดประสงค์การใช้งาน หากต้องการใช้เพื่อระบายอากาศในห้องเพียงอย่างเดียว ฟังก์ชันเหล่านี้อาจไม่จำเป็นเท่าไหร่ แต่ถ้าต้องการเน้นใช้งานเพื่อความเย็นสบายล่ะก็ ควรตรวจสอบคุณสมบัติเหล่านี้ให้ละเอียดก่อน

นอกจากนี้ พัดลมแต่ยี่ห้อจะมีระดับความแรงของลมแตกต่างกันไป เช่น 3 ระดับ หรือ 5 ระดับ เพื่อให้สามารถใช้งานได้หลากหลายและความเย็นสบายที่พอเหมาะในทุก ๆ สถานกาณ์ ควรเลือกรุ่นที่สามารถปรับความแรงของลมได้หลายระดับ ตั้งแต่ความแรงที่เบาราวกับลมพัดอ่อน ๆ ไปจนถึงระดับแรงแบบเทอร์โบ หากคุณต้องการใช้งานเพื่อเป่าเสื้อผ้าให้แห้งในขณะนอนหลับพักผ่อน

ขอแนะนำให้เลือกรุ่นที่มีฟังก์ชันแบบตั้งเวลาเปิด-ปิดเพื่อความสะดวกสบายของคุณ และจุดเด่นอีกประการที่ทำให้พัดลมแบบติดผนังต่างจากพัดลมตั้งพื้นก็คือ คุณสามารถเปิดทิ้งไว้และใช้งานได้อย่างต่อเนื่องได้เมื่อต้องออกไปธุระข้างนอก โดยไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเป็นอันตรายต่อเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงในบ้าน ถึงแม้บางผลิตภัณฑ์จะมีระบบตั้งเวลาปิด-เปิดได้ แต่อาจตั้งได้แค่ช่วงสั้น ๆ เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ขอแนะนำให้คุณตรวจสอบระยะเวลาที่เราสามารถตั้งค่าได้แบบละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อด้วย