Categories
Uncategorized

เพาเวอร์บาย 10.10 อีกหนึ่งเทศกาลของการทำเงิน

เพาเวอร์บาย 10.10 นับว่าอีกหนึ่งเทศกาลที่เรียกได้ว่าเป็นการทำยอดของการขายออนไลน์ กล่าวคือ เป็นการทำ Digital marketing หรือ การทำการตลาดรูปแบบหนึ่งโดยโปรโมทสินค้าหรือบริการผ่านทางสื่อดิจิทัล และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค เพื่อเพิ่มยอดขายโดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ ทางสื่อดิจิทัล ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสื่อเหล่านี้ได้ง่าย และสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา

เพาเวอร์บาย 10.10

นอกจากนี้การตลาดดิจิทัล คืออีกทางเลือกหนึ่งของการสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจแบรนด์ใหม่ ทำให้การรับรู้ในวงกว้างไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้ในจำนวนมากได้โดยตรง ธุรกิจแบรนด์ใหม่จึงมีโอกาสที่จะเป็นที่รู้จัก และเติบโตได้อย่างรวดเร็วช่องทางต่างๆ ของการตลาดแบบดิจิทัล

Social Media Marketing โซเชียลมีเดียจะเป็นตัวช่วยผลักดันให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จักและขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ดีขึ้นในเว็บไซต์ของ Google ซึ่งข้อดีของการทำการตลาดบนสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย คือ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย รวดเร็วทันใจ และช่วยในการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดการบอกต่อในหมู่มาก ได้อย่างง่ายดาย ช่องทางที่สามารถใช้ในการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น อยากโปรโมท เพาเวอร์บาย 10.10

Content Marketing

เนื้อหากลายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญสูงสุดสำหรับการผลิตสื่อออนไลน์ในยุคเทคโนโลยีปัจจุบัน จากคำกล่าวที่ว่า “Content is King” บ่งบอกได้ถึงคุณค่าของการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเว็บไซต์ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นเช่นกัน โดยวิธีการสร้างและแจกจ่ายเนื้อหาที่มี “คุณค่า” ให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีจุดประสงค์ให้กลุ่มเป้าหมายกลับมาสร้างรายได้ให้เรา ช่องทางที่มีส่วนช่วยในการตลาดด้วยการใช้เนื้อหา รวมถึงการมี Search Engine Optimization การใช้เนื้อหาในการทำการตลาดสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการค้นหาผ่านSEO ได้ และทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับในหน้าของการค้นหาซึ่งจะเป็นการเพิ่มปริมาณผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ ซึ่งช่องทางที่จะได้รับประโยชน์จากการค้นหา SEO

Affiliate Marketing เป็นการทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ตรูปแบบใหม่ โดยอาศัยตัวแทนโฆษณา, เซลล์แมน, ตัวแทนจำหน่าย, คนเชียร์สินค้า, รวมถึงผู้รีวิวสินค้า โดยได้รับผลตอบแทนในรูปแบบค่าคอมมิชชั่นจากเจ้าของสินค้าหรือบริการนั้นๆ ซึ่ง ณ ปัจจุบันใครๆก็สามารถเป็นผู้ช่วยขายสินค้าได้ เพราะการทำ Affiliate นั้นง่ายมาก เพียงแค่ช่วยโปรโมทสินค้าบนเว็บไซต์ หรือทาง Social Media ของตัวคุณเอง

ใครสามารถทำการตลาดแบบดิจิทัลได้บ้าง?

การตลาดดิจิทัล สามารถใช้ได้กับทุกธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะขายสินค้าหรือบริการใด แต่การตลาดแบบดิจิทัลยังคงคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลัก เพื่อสามารถระบุความต้องการของผู้เข้าชมและสามารถสร้างเนื้อหาออนไลน์ที่มีคุณค่าให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายได้ แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกิจควรใช้กลยุทธ์การตลาดแบบดิจิทัลในลักษณะเดียวกันทั้งหมดการทำการตลาดแบบดิจิทัลสำหรับธุรกิจ B2B (Business to Business) อาจไม่ได้รับความสนใจเท่ากับธุรกิจแบบ B2C (Business to Consumer) เนื่องจากตัวเลขสถิติต่างๆ และจำนวนผู้คนที่พูดถึงบนโลกออนไลน์นั้น ไม่ได้หวือหวาเท่ากับการทำการตลาดแบบB2C เพราะการทำการค้าแบบ B2B นั้น ด้วยจำนวนของลูกค้าไม่ได้มีจำนวนมากเท่าไหร่นัก

แต่หากลองเคาะตัวเลขให้ดีๆ แล้วจะพบว่าธุรกิจแบบ B2B มีมูลค่าในการซื้อขายต่อ 1 คำสั่งซื้อที่สูงมากหากธุรกิจของคุณเป็นแบบB2C หรือธุรกิจที่ขายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งการทำการตลาดแบบดิจิทัลสำหรับธุรกิจประเภท B2C นี้ ปัจจุบันมีข้อได้เปรียบอย่างมากมาย เนื่องจากเราสามารถใช้สื่อออนไลน์สื่อสารกับผู้บริโภคได้โดยตรงผ่าน Social Media ของแบรนด์ เพื่อประกาศ พูดคุย และรับฟังผู้บริโภค เพื่อที่แบรนด์จะได้หาวิธีตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

Categories
Uncategorized

พื้นที่จำกัด พัดลมติดผนังคือคำตอบ!

หลัก ๆ แล้ว พัดลมติดผนัง มีให้เลือกทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ แบบใช้รีโมทคอนโทรล และแบบใช้เชือก ซึ่งความเหมาะสมในการใช้งานก็จะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ที่ต้องการติดตั้ง หากต้องการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างเช่นห้องรับแขก หรือจำเป็นต้องติดตั้งพัดลมไว้บนผนังในตำแหน่งสูง ซึ่งอาจทำการปิด-เปิดหรือปรับการใช้งานได้ยาก แนะนำให้เลือกพัดลมที่มีฟังก์ชันรีโมทคอนโทรล เพื่อให้เราสามารถควบคุมการทำงาน ทำการตั้งค่าต่าง ๆ จากระยะไกลได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

พัดลมติดผนัง

พัดลมประเภทนี้ยังมีประโยชน์ต่อคนตัวเล็ก หรือเด็ก ๆ ที่ยังสูงไม่ถึงพอที่จะเอื้อมเปิด-ปิดสวิตช์พัดลม ก็จะสามารถใช้งานด้วยรีโมทได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ ฟังก์ชันของรีโมทในปัจจุบัน ยังสามารถทำงานได้หลายอย่างมากมาย ทั้งปรับทิศทางลมและระดับของแรงลม โดยเราแค่นั่งสบาย ๆ อยู่กับที่ ไม่ต้องลุกไปลุกมา แล้วควบคุมการทำงานทุกอย่างผ่านรีโมทเท่านั้น ซึ่งพัดลมแต่ละยี่ห้อก็จะมีการออกแบบฟังก์ชันที่น่าสนใจ และมีประสิทธิภาพต่างกันออกไปให้เราเลือก

ในพื้นที่จำกัดอย่างห้องแต่งตัวหรือห้องครัวนั้น เหมาะกับพัดลมแบบใช้เชือกมากกว่ารีโมท เนื่องจากมีพื้นที่เล็กจึงไม่จำเป็นต้องควบคุมจากระยะไกล อีกทั้งยังเปิด-ปิดเครื่องได้ง่ายเพียงแค่ดึงสาย จะสะดวกสบายกว่าการที่ต้องค้นหารีโมทหรือคอยหาปุ่มกดใด

ข้อดีอีกประการของ พัดลมติดผนัง ก็คือ มีราคาถูก เนื่องจากไม่ต้องคอยเสียเงินเปลี่ยนถ่านรีโมท จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนั้นไปได้ เหมาะกับคนที่มีงบประมาณจำกัดและต้องการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป

ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าวของเมืองไทย ทำให้หลาย ๆ บ้านต้องมีการเปิดใช้งานพัดลมตลอดทั้งวัน ดังนั้น เพื่อเป็นการประหยัดเรื่องค่าไฟแล้ว เราจึงควรเลือกสินค้าที่ใช้ไฟน้อย โดยสามารถดูได้ง่าย ๆ จากฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งออกโดยกระทรวงพลังงาน สติกเกอร์นี้จะเป็นตัวบ่งบอกระดับการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ โดยแสดงระดับตั้งแต่เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 5 ยิ่งตัวเลขมากก็จะยิ่งประหยัดไฟมาก นอกจากนี้ ยังมีดาวเพิ่มเติมเข้ามาตั้งแต่ 1 – 3 ดวง หากในฉลากเข็มชี้ไปที่เบอร์ 5 แต่มีดาวหลายดวง ก็แสดงว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ๆ ประหยัดไฟมากขึ้นไปอีกนั่นเอง

อีกหนึ่งจุดสำคัญที่ควรตรวจสอบนั้นคือ คอพัดลม ต้องดูว่าสามารถปรับส่ายได้มากน้อยแค่ไหนหรือไม่ หากต้องการติดตั้งในตำแหน่งที่สูงมาก ควรตรวจสอบเรื่องฟังก์ชันการก้ม-เงย เพื่อให้เราปรับองศาของกระแสลมได้ตามต้องการ แม้ว่าสินค้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะมีระบบการส่ายซ้าย-ขวาอัตโนมัติ หรือปรับองศาการก้ม-เงยของคอได้ แต่ก็ยังมีสินค้าบางยี่ห้อที่ไม่มีฟังก์ชันเหล่านี้นะคะ จึงขอแนะนำให้ดูที่จุดประสงค์การใช้งาน หากต้องการใช้เพื่อระบายอากาศในห้องเพียงอย่างเดียว ฟังก์ชันเหล่านี้อาจไม่จำเป็นเท่าไหร่ แต่ถ้าต้องการเน้นใช้งานเพื่อความเย็นสบายล่ะก็ ควรตรวจสอบคุณสมบัติเหล่านี้ให้ละเอียดก่อน

นอกจากนี้ พัดลมแต่ยี่ห้อจะมีระดับความแรงของลมแตกต่างกันไป เช่น 3 ระดับ หรือ 5 ระดับ เพื่อให้สามารถใช้งานได้หลากหลายและความเย็นสบายที่พอเหมาะในทุก ๆ สถานกาณ์ ควรเลือกรุ่นที่สามารถปรับความแรงของลมได้หลายระดับ ตั้งแต่ความแรงที่เบาราวกับลมพัดอ่อน ๆ ไปจนถึงระดับแรงแบบเทอร์โบ หากคุณต้องการใช้งานเพื่อเป่าเสื้อผ้าให้แห้งในขณะนอนหลับพักผ่อน

ขอแนะนำให้เลือกรุ่นที่มีฟังก์ชันแบบตั้งเวลาเปิด-ปิดเพื่อความสะดวกสบายของคุณ และจุดเด่นอีกประการที่ทำให้พัดลมแบบติดผนังต่างจากพัดลมตั้งพื้นก็คือ คุณสามารถเปิดทิ้งไว้และใช้งานได้อย่างต่อเนื่องได้เมื่อต้องออกไปธุระข้างนอก โดยไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเป็นอันตรายต่อเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงในบ้าน ถึงแม้บางผลิตภัณฑ์จะมีระบบตั้งเวลาปิด-เปิดได้ แต่อาจตั้งได้แค่ช่วงสั้น ๆ เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ขอแนะนำให้คุณตรวจสอบระยะเวลาที่เราสามารถตั้งค่าได้แบบละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อด้วย

Categories
Uncategorized

Smart home กับคนรุ่นใหม่

ต้องยอมรับว่าเจนเนเรชั่นนี้ เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี ฉะนั้น smart home กับคนรุ่นใหม่ เป็นของคู่กันอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก  Smart Building หรือเรียกอย่างนั่นคือ “บ้านอัจฉริยะ” เป็นการนำเอาเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย หรือระบบอัตโนมัติต่างๆ เข้ามาใช้ทั้งภายนอก และภายในบ้าน โดยเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบรักษาความปลอดภัย และอื่นๆ โดยผู้อยู่อาศัยสามารถควบคุม (Control) อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์เคลื่อนที่ ทำให้ได้รับความสะดวกสบาย (Convenience) แถมยังช่วยประหยัด (Savings) ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน รวมไปถึงความปลอดภัย (Safety) ที่เพิ่มมากขึ้น

smart home กับคนรุ่นใหม่

นอกจากนี้ บ้านอัจฉริยะ ยังรวมถึงการใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างอันล้ำสมัย เช่นการใช้โครงสร้างแบบโมดูลาร์ ป้องกันแผ่นดินไหว และนวัตกรรมแห่งการพักอาศัยอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนที่อยู่ในบ้าน

Smart home กับคนรุ่นใหม่

  • ความสะดวกสบาย ด้วยระบบอัตโนมัติต่าง ๆ เช่น ระบบเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าอัตโนมัติ, ระบบสั่งเปิด-ปิดวิทยุด้วยเสียงประตูอัตโนมัติ
  • ความปลอดภัย เช่น ระบบล็อกประตูบ้านอัตโนมัติเมื่อเราไม่อยู่บ้าน, ตัวบ้านมีระบบเซนเซอร์ ตรวจจับขโมย เเละเเจ้งเตือนมายังสมาร์ทโฟนของเรา เป็นต้น
  • ประหยัดพลังงาน เช่น การเปิดปิดไฟอัตโนมัติตามแสงอาทิตย์ หรือปิดไฟอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนอยู่ รวมไปถึงการบริหารจัดการพลังงานในกรณีที่ติดตั้งแผงวงจรโซลาร์เซลล์
  • ช่วยดูแลสุขภาพของผู้อาศัยภายในบ้าน เช่น จะติดตั้งเซนเซอร์ตรวจคลื่นหัวใจ, ตรวจจับไฟไหม้ โดยส่งสัญญาณเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า หลัก ๆ แล้ว หัวใจสำคัญของบ้านอัจฉริยะ คือการสร้างความสะดวกให้กับผู้อยู่เป็นหลักดังนั้นหากคุณมองหาบริษัทรับสร้างบ้านแบบ Smart Home อยู่ละก็ อย่าลืมทำความเข้าระบบต่างๆภายในบ้านพร้อมทั้งหาช่างที่มีความเชี่ยวชาญในส่วนนี้ เพื่อที่บ้านในฝันของคุณสมบูรณ์ที่สุด

Smart Home มีดียังไง ทำไมบ้านรุ่นใหม่ต้องมี

● สามารถควบคุมได้ดั่งใจเพียงปลายนิ้ว

หลายคนอาจจะนึกถึงบ้านที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำ ๆ ของโลกอนาคต แต่แท้จริงแล้ว ขอเพียงแค่คุณมีอุปกรณ์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Device) ที่รองรับ Apple Homekit, Google Home  สามารถใช้แอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ในการควบคุมการทำงานอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านได้ก็เพียงพอแล้ว เช่น หม้อหุงข้าวที่เรากดอุ่นข้าวได้ผ่านแอปฯ, เครื่องฟอกอากาศที่กดเปิด-ปิด ตั้งเวลาได้ผ่านแอปฯ หรือกระทั่งการกดเปิดแอร์ได้จากมือถือก่อนถึงบ้าน เป็นต้น

● เพิ่มความปลอดภัยให้บ้าน

การมาของ Smart Home ทำให้บ้านปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยระบบที่เราสามารถตรวจสอบได้ผ่านกล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่น หรือจะเป็นประตูที่มีระบบล็อคอัตโนมัติเมื่อเราออกจากบ้าน

● เข้าถึงได้ง่าย

เทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะที่ดี ไม่เพียงแต่ควบคุมผ่านแอปฯ เท่านั้น แต่จะมีระบบสั่งการด้วยเสียงเพื่อใช้งาน ซึ่งนับเป็นอีกข้อดีที่น่าสนใจ ไม่ว่าการจะใช้งานด้วยเสียง เปิด-ปิด อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านได้ ทำให้ผู้สูงอายุในบ้านสามารถร่วมใช้งานได้ไม่ยากเลย

● ช่วยประหยัดค่าไฟ 10-30%

เชื่อหรือไม่ จากรายงานของ US Environmental Protection Agency ผู้ที่ใช้เทคโนโลยี Smart Home ภายในบ้าน สามารถประหยัดค่าไฟได้ถึง 10 – 30% เนื่องจากหมดปัญหาการลืมเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน รวมถึงบางอุปกรณ์สามารถคำนวนพลังงานการใช้งานได้อย่างเหมาะสม ไม่สิ้นเปลืองเกินความจำเป็นนั่นเอง

รู้แบบนี้แล้ว หลายคนที่กำลังจะซื้อบ้านแล้วละก็ บ้านอัจฉริยะก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นบ้านแบบไหน จะคอนโด ตึกแถว บ้านเดี่ยว ทุกความฝันของการมีบ้านก็เป็นจริง

Categories
Uncategorized

Smart home คืออะไร

ในยุคที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีซึ่งเข้ามาเติมเต็มคนรุ่นใหม่ ให้รู้สึกถึงความทันสมัยผ่านนวัตกรรมต่างๆมากขึ้น หรือ การเข้าสู่ยุค 4.0 เต็มตัว ได้เกิดเป็นเทรนด์ใหม่ๆ ที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น ตั้งแต่อยู่ในบ้าน หรือ ออกมานอกบ้าน นวัตกรรมเด่นๆ สมัยนี้ มักถูกออกแบบมา เพื่อให้มนุษย์เราได้ใช้ประโยชน์สูงสุดได้อย่างน่าทึ่ง และที่ไม่แพ้กันเลย สำหรับนวัตกรรมเพื่อคนรักบ้าน นั่นก็คือ สมาร์ทโฮม ( Smart Home )  ระบบนี้ จะน่าสนใจมากแค่ไหน มาดูกัน

Smart Home

สมาร์ทโฮม ( Smart home ) หรือระบบบ้านอัจฉริยะ เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมเพื่อบ้าน ทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการให้บ้านหรือคอนโด ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยไว้หลับนอนเพียงอย่างเดียว แต่จะทำให้คุณรู้สึกได้มากกว่าคำว่าบ้าน ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์คนในครอบครัวมากยิ่งขึ้น  พูดง่ายๆก็คือ สมาร์ทโฮม เป็นการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกสบายภายในบ้านโดยเฉพาะ

การทำงานของระบบบ้านอัจฉริยะนี้ เป็นระบบการทำงานของระบบต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในบ้านให้ถูกควบคุมเพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยการทำงานของซอฟต์แวร์ผสมกับอุปกรณ์เฉพาะของแต่ละยี่ห้อ  เหมือนเป็นการอัพเกรดแต่ละส่วนภายในตัวบ้าน ให้ใช้งานได้ง่าย ด้วยเทคโนโลยีมากขึ้นนั่นเอง

ในทางสากล การจะเรียกว่าเป็นบ้านอัจฉริยะแบบสมาร์ทโฮม  จะต้องมีนวัตกรรมที่ล้ำสมัยเชื่อมโยงอยู่ตามส่วนต่างๆของตัวบ้าน อย่างเช่น ตู้เย็นอัจฉริยะสามารถบอกได้ว่ามีอาหารอะไรกี่อย่างอยู่ภายในตู้เย็น สามารถบอกวันหมดอายุได้ด้วย ห้องน้ำอัจฉริยะ ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิ เสียง แสง และกลิ่นภายในห้องน้ำได้  หรือการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในบ้าน เช่น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น และ หุ่นยนต์ให้อาหารสัตว์ รวมถึงยังมีการควบคุมการทำงานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆภายในบ้าน โดยใช้รีโมทสั่งการ

สำหรับประเทศไทยนั้น ก็มีนวัตกรรมที่หลากหลายเช่นกัน ที่นำมาปรับใช้จนกลายเป็นสมาร์ทโฮม อย่าง การประหยัดพลังงาน  หรือ อุปกรณ์ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนในบ้าน โดยผ่านการควบคุมอย่างอัจฉริยะ เช่น มีนวัตกรรมที่ช่วยเติมอากาศภายในบ้าน และดูดอากาศออกจากตัวบ้าน ทำให้รอบลมหมุนเวียนภายในบ้านมากยิ่งขึ้นเพิ่มมากขึ้น  ทำให้อากาศภายในบ้านเย็นสบายขึ้น หรือ การใช้ระบบไฟอัจฉริยะ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในยามวิกาล แสงไฟจะมีเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหวยามที่เราลุกขึ้นเข้าห้องน้ำ และจะทำหน้าที่ฉายแสงนำไปยังห้องน้ำ เพื่อป้องกันการสะดุดล้มจากความมืด เป็นต้น  นั่นหมายความว่า หากมีนวัตกรรมสมาร์ทโฮมอยู่ภายในบ้านแล้วล่ะก็  ไม่ว่าจะเดิน จะหยิบ จะจับ จะทำอะไร ก็จะกลายเป็นเรื่องสะดวกสบายได้ทั้งหมด ทำให้สุขภาพจิตของคนในครอบครัวดีขึ้นได้ด้วย

สำหรับความต้องการที่นำนวัตกรรมสมาร์ทโฮมมาใช้ภายในบ้าน สามารถจำแนกได้ 4 แบบด้วยกัน ว่าระบบบ้านอัจฉริยะนี้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างไรบ้าง

  • นวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบาย แน่นอนว่า หากมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันภายในบ้าน ใครๆก็ย่อมชอบ อย่างเช่น  การเปิดปิดประตู โดยใช้รีโมทอัตโนมัติ หรือ สั่งการด้วยสมาร์ทโฟน เพื่อความปลอดภัย รวดเร็ว
  • นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้าน แต่ไม่ใช่แค่การติดตั้งกล้องธรรมดา แต่เพื่อความปลอดภัย กล้องนั้นจะต้องมีเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และเพิ่มระบบการความปลอดภัยจากผู้ร้ายด้วยระบบแจ้งเตือนทันทีไปยังสถานีตำรวจ เพื่อให้เข้ามาระงับเหตุภายในบ้านเราได้อย่างรวดเร็ว
  • นวัตกรรมเพื่อการประหยัดพลังงาน  ส่วนใหญ่ก็จะเป็นระบบเปิดปิดไฟอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนอยู่  หรือใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายภายในบ้านให้ลดลง  หรือ การเปลี่ยนมาใช้ผนังอิฐมวลเบา หรือสมาร์ท บอร์ดที่ทำการเสริมฉนวนแล้ว จะทำให้การกักเก็บความร้อนภายในบ้านหรือตัวอาคาร
  • นวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีของคนในบ้าน ก็จะเป็นการติดตั้งอุปกรณ์ที่เป่นประโยชน์ต่อสุขภาพของคนภายในบ้าน อย่างเช่น ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจคลื่นหัวใจ  หรือ  ตรวจจับเมื่อเกิดไฟไหม้  ก็จะมีแจ้งเตือนได้ทันก่อนเกิดเหตุการณ์ขึ้น
Categories
Uncategorized

ทีวี 32 นิ้ว เล็กไปไหมในยุคนี้ลองมาดูกันเลย

ทีวี 32 นิ้ว

            TV หรือว่า ทีวี ที่เหล่าคนไทยนั้นเรียกกันติดปากนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่บ้านของหลาย ๆ คนมานาน เป็นศูนย์รวมของสาระ ความบันเทิง และเรื่องราวน่าสนใจอื่น ๆ มาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งในอดีตนั้น TV ที่อยู่ตามบ้านนั้นมักจะไม่ได้มีขนาดใหญ่มากเพราะว่าวนมากนั้นจะมีลักษณะเป็นจอตู้ CRT หรือจอแบบหลอดนั่นเอง ทีวี 32 นิ้ว ก็ได้รับความนิยม

แต่ว่ามาจนถึงปัจจุบันนั้นขนาดจอก็ได้มีความใหญ่มากขึ้นซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากเทคโนโลยีด้านจอภาพที่เป็นแบบ LCD หรือว่า LED ที่ลดขนาดของชิ้นส่วนอิเล็คโทรนิคของภายในจอได้ค่อนข้างเยอะ ทำให้ลักษณะของจอมีความบางมากขึ้น แต่ว่าขนาดความกว้างของจอก็มีพื้นที่มากขึ้นได้ ทำให้ในยุคนี้แต่ละบ้านก็จะมีทีวีจอใหญ่ 40 นิ้วขึ้นไปเป็นปกติ แต่ว่าแบรนด์ต่าง ๆ ก็ยังทำ TV ที่มีขนาด 32 นิ้ว นั่นเอง ซึ่งหลาย ๆ คนก็อยากได้ TV ที่มีขนาดเล็กมาไว้ในครอบครองด้วยเหตุผลต่าง ๆ แต่ก็อาจจะมีข้อกังขาที่ว่าจะจอเล็กไปไหมในยุคนี้ ดังนั้นเราลองมาดูถึงข้อดีของจอในขนาดประมาณ 32 นิ้วกัน ว่ายังเพียงพอไหมในยุคนี้

                1. ขนาดเหมาะกับพื้นที่เล็ก ๆ

                สำหรับใครที่อยู่อาศัยในหอพัก คอนโด หรือว่ามีห้องที่จำกัดในเรื่องเนื้อที่นั้นก็ต้องบอกว่า TV ที่มีขนาด 32 นิ้วนั้นน่าจะกำลังพอดีเพราะว่าได้ในเรื่องของระยะที่ค่อนข้างกำลังดีถ้าหากว่าต้องนั่งหรือนอนดูในขนาดที่ค่อนข้างใกล้ ซึ่งถ้าหากว่าเป็น TV ที่จอใหญ่เกินไปนั้นการนั่งอยู่ในระยะที่ใกล้เกินไปเพราะว่าสถานที่แคบก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาทางด้านสายตาได้ ดังนั้นการมี TV ขนาดจอเล็กขนาดประมาณ 32 นิ้ว ก็อาจจะเหมาะสมกว่าก็ได้

                2. เคลื่อนย้ายได้ง่าย

                ถือว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มองข้ามไปไม่ได้เลยสำหรับความสะดวกคล่องแคล่วในการเคลื่อนย้ายของ TV ที่ใช้งาน ยิ่งใครที่ต้องอยู่หออยู่คอนโดด้วยแล้วนั้นการย้ายที่อยู่หรือการจัดพื้นที่อาจจะเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ดังนั้นการมี TV ที่มีขนาดเล็กเคลื่อนย้ายพกพาได้ง่ายอย่างขนาด 32 นิ้ว นั้นถือเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าหากว่าไม่ได้ย้ายที่อยู่หรือจัดห้องบ่อย ๆ ก็ควรเลือก TV ที่รู้สึกว่าดูสบายเอาไว้ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะว่าปัจจัยหลักในการใช้ TV นั่นก็คือการรับชมอย่างสบายตาสบายใจนั่นเอง

                3. มีฟังก์ชั่นครบไม่แพ้จอใหญ่

                แน่นอนว่าในปัจจุบันนั้นฟังก์ชั่นของ TV นั้นมีหลากหลายและล้ำหน้าไปพร้อม ๆ กับเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตหรือว่าประสิทธิภาพด้านภาพหรือเสียง ซึ่งแม้ว่า TV 32 นิ้วนั้นจะไม่นิยมทำความคมชัดระดับ 4K เพราะขนาด FULL HD 1080P ก็เพียงพอกับความกว้างของหน้าจอขนาดนี้แล้ว แต่ว่าการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตหรือว่าคุณสมบัติ Smart TV ก็มีให้ได้เลือกซื้อเลือกใช้ในหลาย ๆ รุ่นเลยทีเดียว

                นี่คือคำตอบที่ว่า TV หรือว่า ทีวี 32 นิ้ว จะเล็กไปไหมในยุคนี้ซึ่งก็น่าจะได้คำตอบกันไปแล้วนะครับ ดังนั้นถ้าใครคิดว่าเข้ากับไลฟ์สไตล์ตัวเองก็อย่าช้ารีบจับจองกันได้เลย

Categories
Uncategorized

ต้นไม้ฟอกอากาศเท่ากับเครื่องฟอกอากาศ

เครื่องฟอกอากาศ อุปกรณ์ที่ทำการกรองอากาศในบริเวณที่เราอยู่อาศัย เช่น ในรถ ในห้องนอน หรือ ภายในบ้านพักอาศัย โดยมีหลักการทำงานสำคัญด้วยการเน้นไปที่เทคโนโลยีแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูงสามารถดักจับพวกเชื้อแบคทีเรียที่ลอยมากับอากาศได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงความสามารถในการดักกลิ่น กรองกลิ่นต่างๆ ที่อยู่ภายในอากาศได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เครื่องฟอกอากาศ

ปัจจุบันนี้ มีเครื่องฟอกอากาศราคาตั้งแต่หลักหมื่นต้นๆ ไปถึงหลายหมื่นตามรุ่น ยี่ห้อ และความสามารถในการกรองอากาศให้เลือกซื้อมาใช้ในบ้านกันอย่างหลากหลาย รวมไปถึง การที่ธรรมชาติบำบัดอย่างต้นไม้ฟอกอากาศ ซึ่งอาจจะดี ไม่เท่า เครื่องฟอกอากาศ แต่ช่วยได้ทั้งเรื่องของการตกแต่ง และอากาศที่สดชื่นขึ้นแน่นอน ไปดูกันดีกว่าว่ามีต้นไม้พันธุ์ไหนบ้างที่เหมาะสม

พลูด่าง เป็นพืชไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายมาก และใช้เวลาในการเจริญเติบโตไม่นาน ลำต้นทนทานต่อสภาพอากาศในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ถือเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกในบ้านเพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ชีวิตราบรื่นเป็นสุข มีคนมารักมีคนมาหลง

นอกจากนี้ยังสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 75% และยังสามารถคายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางวัน ได้ถึง 100% จึงเหมาะสำหรับการนำมาปลูกภายในบ้านเป็นต้นไม้ฟอกอากาศชั้นดี วิธีการดูแลรักษาพลูด่าง เนื่องจากพลูด่างปลูกได้หลายวิธีตามสายพันธุ์ แต่โดยรวมเป็นพืชที่ไม่ต้องการแสงมากนักจึงเหมาะกับการปลูกในอาคาร หากปลูกบนดินควรรดน้ำ 3 ครั้งต่อวัน หากปลูกในน้ำควรเปลี่ยนน้ำเดือนละครั้ง

เดหลี (Peace lily) หนึ่งในต้นไม้ฟอกอากาศยอดฮิต ลักษณะเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูงประมาณ 40-70 เซนติเมตร หัวอยู่ใต้ดิน ลำต้นขึ้นเหนือดิน กอเป็นพุ่มเล็ก ๆ มียางใส ๆ ใบเป็นใบเดี่ยว รูปรี โคนใบสอบ ปลายใบแหลม แผ่นใบเรียบ ขอบใบเป็นคลื่น สีเขียวเป็นมัน ดอกทรงกระบอก ออกเป็นช่อจากปลายยอด สีขาวสวย กลิ่นหอมล่อแมลงได้ มีให้เห็นตลอดทั้งปี นิยมขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ เหง้า หรือต้นอ่อน แล้วนำไปชำ ชอบดินร่วนที่มีความชื้นสูง ไม่ชอบแดดจัด ชอบแสงแดดรำไร ชอบน้ำปานกลาง ให้รดประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

ว่านหางจระเข้ ไม้ประดับมากสรรพคุณที่นอกจากจะใช้ดูแลรักษาแผลผุพองได้ดีจนถึงใช้ประโยชน์ในเรื่องความสวยความงามแล้ว ยังเป็นไม้ประดับที่สามารถปลูกในห้องนอนได้เนื่องจากเป็นพืชที่คายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังช่วยฟอกอากาศในบ้านให้ปราศจากฝุ่น รวมถึงมีประสิทธิภาพในการดูดสารพิษจำพวกฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งพบในสารเคลือบต่าง ๆ ทั้งยาทาเล็บ ยาเคลือบเฟอร์นิเจอร์ และสีทาบ้าน

วิธีการดูแลรักษาว่านหางจระเข้ ควรตั้งในพื้นที่ที่มีแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ควรระวังเรื่องการรดน้ำปริมาณมากเกินไป และทำให้น้ำขัง เพราะจะทำให้ต้นเน่าและตายได้

จั๋ง (Lady Palm หรือ Bamboo palm) ต้นไม้ในตระกูลปาล์ม ลักษณะเป็นกอ สูงประมาณ 2-4 เมตร ลำต้นแข็ง ตรง เหนียว ใบเป็นแฉกคล้ายพัด รูปฝ่ามือ แผ่เป็นครึ่งวงกลม ปลายใบทู่ แผ่นใบหยาบ ก้านใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อตามปลายยอด ปลูกได้ทั้งในและนอกบ้าน โตช้าแต่เลี้ยงง่าย แข็งแรง ทนทาน ทนแล้ง ทนโรค และทนแมลง นิยมขยายพันธุ์ด้วยเพาะเมล็ดและแยกหน่อ ชอบดินร่วนซุย ชอบอากาศแบบกึ่งแดด ชอบความชื้นและน้ำปานกลาง ควรใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกละลายน้ำเดือนละครั้ง และเปลี่ยนกระถางใหม่เป็นประจำทุกปี

และสุดท้ายกับ แก้วกาญจนา (Aglaonema หรือ Chinese Evergreen) เป็นสายพันธุ์ต้นไม้ที่พัฒนามาจากเขียวหมื่นปี ลำต้นเป็นสีเขียว ทรงพุ่มหนา ใบแตกออกตามลำต้น ร่วงผลัดใบง่าย โคนใบเรียว กลางใบกว้าง ปลายใบเรียว สีสันฉูดฉาด โดดเด่น สวยงาม มีทั้งสีเขียวสด สีเขียวเข้ม และสีแดง

สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ด แยกหน่อ ตอนยอด และปักชำ แต่จะนิยมแยกหน่อมากที่สุด เพราะโตไวและแข็งแรงกว่า ชอบดินร่วนปนทรายที่มีอินทรียวัตถุ ชอบหน้าดินลึก ชอบแสงแดดร่มรำไร ชอบความชื้นสูง ควรรดน้ำวันละครั้ง ทุกวัน แต่ระวังอย่าให้ชุ่มมาก

Categories
Uncategorized

Power Buy 10.10 ความท้าทายที่เลี่ยงไม่ได้!

จากแคมเปญในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับ Power Buy 10.10 สิ่งที่คุณจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยเมื่อตัดสินใจกระโดดเข้ามาในตลาดนี้แล้วคือ …

Power Buy 10.10

1.ระดับการแข่งขันที่สูงขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม แน่นอนอยู่แล้วว่าทุกคนพร้อมจะฟาดฟันกันบนเวทีการแข่งกัน ไม่ได้มีเพียง Power Buy 10.10 เท่านั้น แต่ยังมีคู่แข่งอย่าง โฮมโปร ลาซาด้า พร้อมทั้งการไม่มีกำแพงแบ่งแยกสำหรับผู้เริ่มต้นหรือคนที่เข้ามาในตลาดก่อน การเปิดหน้าร้านบนโลกออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ใครๆก็สามารถมีพื้นที่บนโลกออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออนไลน์ขนาดเล็ก รวมไปถึงบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ ช่องทาง แพลตฟอร์มการทำการตลาดก็มีมากมายหลายช่องทาง

2.ค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาบนโลกออนไลน์สูงขึ้นปีละ 20% อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ราคาค่าโฆษณาที่สูงขึ้นก็กลายเป็นวิกฤตการณ์สำหรับหลากหลายธุรกิจที่บอกว่าการสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง อาจจะยากมากขึ้น แล้วช่องทางที่เคยยิงโฆษณาแล้วได้ผลอย่าง Facebook ก็ไม่ได้ผลอีกต่อไป

3.การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เร็วขึ้น เกิดขึ้นไวแต่ก็หายไปเร็ว การวางแผน Marketing Communication แบบฉบับเดิมหรือการวางแผน Digital Marketing แบบคร่าวๆ ไม่มีการแบ่งแยกแคมเปญ ก็ใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะพฤติกรรมที่หลากหลายเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค แต่ละช่วงวัยมีผลกระทบต่อการวางแผนแต่ละช่องทาง และกลยุทธ์ทางด้านคอนเทนต์อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ กลุ่มวัยรุ่น GenMe ที่เริ่มเล่น Facebook น้อยลง และ หันไปให้เวลากับ Instagram , Twitter , Youtube และ Netflix ตามลำดับ

4.ความยากในการหาบุคลากรคุณภาพมารวมทีม ความยากนี้เป็นอุปสรรคที่มีผลกระทบกับหลายองค์กรมานักต่อนัก ทำให้หลายองค์กร โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ต้องทุ่มงบประมาณในการแย่งกันซื้อคนเก่งมาเสริมทัพกันอย่างเร่งด่วน บางที่เริ่มสร้างระบบฝึกอบรมของตัวเองขึ้นมาด้วยแต่อาจจะสร้างผลลัพธ์ที่ช้ากว่าทางเลือกที่ 1  อย่างเห็นได้ชัด เพราะจำเป็นต้องมีการวางระบบ หลักสูตร วิธีการสอบ และ เกณฑ์การทำงานใหม่ เพื่อปรับให้ตรงกับยุคกับสมัยมากขึ้น

5.รายละเอียดงานเยอะ บนเวลาทำงานอันน้อยนิด งานเร่งงานด่วน มาคู่กับคนทำงานบนโลกดิจิทัลแบบไม่ต้องคาดเดา รายละเอียดงานมากขึ้นตามจำนวนช่องทางในยุคของ Omni Channel ที่ไม่ได้มีเพียงฝั่งออฟไลน์ หรือ ออนไลน์เพียงช่องทางใดช่องทางหนึ่ง   แต่หมายถึงการรวบรวม และ วางแผน คอนเทนต์อย่างไร ให้ตรงกับสิ่งที่ลูกค้ามองหา และ นำเสนอรูปแบบคอนเทนต์ได้เหมาะสมกับช่องทางอีกด้วย ก็เป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งช่องทางเยอะ ยิ่งต้องหาเครื่องมือต่างๆมาช่วยประหยัดเวลา แต่ยังคงสร้างผลลัพธ์ให้กับองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อเราตัดสินใจกระโดดเข้าสู่ยุคดิจิทัล แต่เมื่อมีอุปสรรค ก็ต้องมีโอกาสและหนทางในการอยู่รอด แบบสำเร็จได้อย่างแน่นอน เทรนด์ 5 ข้อดังต่อไปนี้ที่เราจะนำเสนอ จึงเปรียบเสมือนหนทางที่จะทำให้อุปสรรคกลายเป็นโอกาสได้บนโลกดิจิทัลโดยเริ่มต้นจาก

Holistic Digital Content Strategies การวางแผนกลยุทธ์คอนเทนต์แบบองค์รวม การวางแผนคอนเทนต์ จะต้องกำหนดเป้าหมายให้มากกว่าการเข้าถึง และ คะแนนการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ผู้อ่านกับคอนเทนต์นั้นหมายถึง การตั้งเป้าหมายของการทำคอนเทนต์จะต้องมีการกำหนดเป้าหมายให้ถึงระดับยอดขาย หรือ Conversion เพราะฉะนั้นการวางแผนกลยุทธ์คอนเทนต์สำหรับการทำการตลาดบนโลกดิจิทัล ณ ปัจจุบัน จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการศึกษา Customer Personas ที่ชัดเจน และแยกการสื่อสารแต่ละแคมเปญให้เฉพาะกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ให้ลูกค้าแต่ละกลุ่มรับรู้ถึงความใส่ใจของเรา ความพยายาม และ ความตั้งใจให้มากที่สุด

การเขียนคอนเทนต์ในยุคนี้ จึงมิใช่การนั่งเขียนตามอารมณ์ของผู้ผลิตอีกต่อไป แต่ต้องเกิดขึ้นจากข้อมูลของลูกค้าที่ถูกคัดกรอง และ วิเคราะห์มากเป็นอย่างดี จึงต้องอาศัยเครื่องมือ ในเชิง Big Data และ เครื่องมือที่ช่วยเรื่องของ SEO เข้ามาเสริมพลังในการสื่อสารให้ถึงใจลูกค้าได้ ไว เร็ว และ ตรงมากขึ้น

Categories
Uncategorized

jbl charge 3 ราคาล่าสุด ต้องซื้อละ!

ถ้าแนะนำลำโพงไร้สายดีๆ สักรุ่นนึง JBL คือทางเลือก เนื่องจาก jbl charge 3 ราคาล่าสุด ถูกลงเป็นอย่างมาก แต่คุณภาพยังพร้อมใช้ในยุคปัจจุบัน jbl charge 3 ราคาล่าสุด นั้น ปัจจุบันลดกระหน่ำจนไม่ถึงสามพันแล้ว อีกทั้งยังมี JBL Connect ฟังก์ชั่นสำหรับเชื่อมลำโพงไร้สายของ JBL เข้าด้วยกันเพียงโหลด Application ลงมือถือ และเปิดการใช้งานก็สามารถเชื่อมลำโพงบลูทูธของ 2 ตัวที่รองรับ JBL Connect เข้าด้วยกันได้ โดยเชื่อมได้ 2 แบบ

jbl charge 3 ราคาล่าสุด

Party Mode จะทำให้ลำโพงทั้ง 2 ตัวออกเสียงเหมือนกัน เหมาะสำหรับเอาลำโพงไปวางในตำแหน่งต่างๆของปาร์ตี้ เพื่อกระจายเสียงได้ทั่วถึง Stereo Mode ที่จะทำให้ลำโพงทั้ง 2 ตัวออกเสียงที่แตกต่างกัน โดยตัวนึงจะออกเสียงข้างซ้าย และอีกตัวจะออกเสียงข้างขวา ทำให้เสียงที่ได้มีมิติมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นการเชื่อมต่อผ่าน JBL Connect นี้ยังสามารถเชื่อมต่อข้ามรุ่นอีกด้วย ไม่ว่าเราจะเอา JBL Charge 3 เชื่อมกับ JBL Xtreme หรือ JBL Flip 3 ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด สำหรับรุ่นที่รองรับฟังก์ชั่นนี้ ณ ปัจจุบันจะมีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกันคือ JBL Charge 3, JBL Xtreme ,JBL Pulse 2 และJBL Flip 3 JBL Charge 3 สามารถกันน้ำได้ ขนาดที่ “จุ่ม” ลำโพงลงไปในน้ำได้เลย เพราะลำโพงตัวนี้ผ่านมาตราฐานการกันน้ำระดับ IPX7 ที่สามารถอยู่ใต้น้ำลึก 1 เมตร นานครึ่งชั่วโมง ซึ่งนับว่าสูงที่สุดที่ลำโพงพกพาในตลาดจะมีได้ในตอนนี้

JBL Charge 3 มีไมค์อยู่ที่ตัวลำโพง ทำให้สามารถใช้งานเป็น Speakerphone สำหรับสนทนาโทรศัพท์ได้ ซึ่งแน่นอนว่าสามารถใช้งาน Siri และ Google Now ได้ด้วย โทรศัพท์แบตหมด ไม่มีปัญหา! JBL Charge 3 สามารถทำหน้าที่เป็น Powerbank สำหรับชาร์จมือถือ แท็บเล็ต หรือเครื่องเล่นเพลงของคุณ เพื่อให้คุณได้สัมผัมความสนุกอย่างไม่ขาดตอน

ไลฟ์สไตล์ของคุณเป็นแบบไหน

ถ้าคุณเป็นคนชอบใช้ชีวิตลุย ๆ รักการเดินทาง มักใช้เวลาวันหยุดไปกับทริปเที่ยวทะเล เดินป่า ขึ้นเขา ดำน้ำ คุณควรเลือกลำโพงบลูทูธที่สามารถกันน้ำและกันฝุ่นได้ดี เพราะไม่ได้มีแต่น้ำเท่านั้นที่ทำให้เครื่องพัง แต่ดินหรือทรายหากเข้าไปในตัวเครื่องก็คงต้องบ๊ายบายเหมือนกัน ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนใช้ชีวิตสมบุกสมบัน ก็ควรที่จะเลือกลำโพงที่อึดถึกทนพอ ๆ กันด้วย

คุณชอบฟังเพลงที่ไหนบ้าง บางคนชอบฟังเพลงในรถ บางคนชอบฟังเพลงที่บ้าน ลองตอบตัวเองดูว่าคุณชอบฟังเพลงที่ไหน หากชอบฟังในรถหรือนอกสถานที่ ควรเลือกลำโพงบลูทูธขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาง่าย แต่ถ้าเน้นใช้งานในบ้าน เช่นแค่ย้ายจากห้องหนึ่งไปอีกห้อง แบบนี้อาจจะเลือกไซส์ใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็ได้ครับ (แต่ถ้าจะย้ายเข้าไปในห้องน้ำ ก็อย่าลืมเลือกแบบกันน้ำด้วยนะ!)

ให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงมากแค่ไหน คุณภาพเสียง คือปัจจัยสำคัญหนึ่งที่จะกำหนดราคาของลำโพง ยิ่งเสียงดี ราคาก็ยิ่งแพงตาม หากคุณชอบฟังเพลงแบบเต็มประสิทธิภาพ เสียงใส เบสกระหึ่ม ก็ควรลงทุนมากหน่อยเพื่อคุณภาพเสียงที่ดีขึ้น แต่ถ้าคุณไม่ค่อยแคร์เรื่องเหล่านี้ เน้นแค่มีเพลงฟังไปชิล ๆ ก็อาจจะเลือกประหยัดงบโดยการซื้อตัวที่คุณภาพเสียงรองลงมาแทน

Categories
Uncategorized

jbl charge 3 เก่า แต่ยังเก๋าเกม!

jbl charge 3 สุดยอดลำโพงพกพาแบบ บลูทูธ ที่เปลี่ยมไปด้วยพลังเสียงแบบสเตอริโอ สามารถใช้งานเป็น Power Bank ให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้เพียงแค่เสียบผ่านช่อง USB ไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้สุดชิค ริมสระว่ายน้ำ หรือชุ่มช่ำกลางสายฝน ด้วยการออกแบบที่สามารถป้องกันน้ำได้ วัสดุที่ทนทานต่อทุกสภาพ ตัวเครื่องมีความจุแบตเตอรี่ 6,000 mAh

ทำให้สามารถเล่นเพลงได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 20 ชั่วโมง มีระบบ Noise และ Echo Cancelling รองรับการใช้งานทางโทรศัพท์ผ่านลำโพง เจบีแอลCharge3 ยังมาพร้อมกับฟังค์ชั่น JBL Connect ที่สามารถเชื่อมต่อกับลำโพงตัวอื่นๆ ทำให้ประสบการณ์การฟังเพลงของคุณและเพื่อนดียิ่งขึ้นไปอีก

jbl charge 3

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ลำโพงบลูทูธนั้นเป็นสามารถพกพาไปใหนต่อใหนได้ อย่างสะดวกสบาย  เนื่องจาก ถูกผลิตด้วยเทคโนโลยีรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ทำให้มีเสียงที่ดี คมชัด หากท่านใช้งานสมาร์ทโฟนได้ ท่านก็จะต้องใช้งานลำโพงบลูทูธได้เป็นธรรมดาอยู่แล้ว

ลำโพงบลูทูธออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อนมากจนเกินไป เพื่อให้คนทั่วไปสามารถใช้ง่านได้อย่างสะดวก ในปัจจุบันที่ถูกผลิตขึ้นมานั้นเป็นการผลิตโดยเทคโนโลยีชั้นสูง และวัสดุจาก พลาสติก โพลิเมอร์  ไฟเบอร์ เรซิ่น หรืออลูมิเนียม  ทำให้มีความทนทานแข็งแรง

ลำโพงบลูทูธ สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับบลูทูธได้ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ สมารทโฟน แลปท็อป หรือแม้กระทั่ง คอมพิวเตอร์แบบตั้งโตะ และรถยนต์ การเลือกลำโพงบลูทูธเป็นของพรีเมี่ยม สำหรับโอกาสต่างๆ จึงนับว่ามีประโยชน์ต่อผู้รับอย่างมาก สามารถเลือกได้หลายรูปแบบ หลายราคา และผู้รับยังสามารถจดจำสินค้าของท่านได้เป็นอย่างดี

ในการใช้งาน เจบีแอล charge 3 จะมีปุ่มควบคุมอยู่ด้านบนลำโพง มีปุ่มการใช้งานหลัก ๆ ไล่จากซ้ายไปขวาได้แก่ ปุ่มเชื่อมต่อ Bluetooth, ปุ่มลดระดับเสียง, ปุ่มเปิดปิด, ปุ่มสำหรับเชื่อมต่อลำโพงตัวอื่นที่มีฟีเจอร์เดียวกัน, ปุ่มเพิ่มระดับเสียง และปุ่มเล่นเพลงหยุดเพลง เรื่องปุ่มการใช้งานทำมาปุ่มใหญ่กดสะดวกดี

ด้านการฟังเพลงของ เจบีแอล  Charge 3 เป็นลำโพงที่ใช้ฟังเพลงแนวคึกคักได้สนุกดี ด้วยความที่ซัพวูฟเฟอร์ขับเสียงต่ำได้ตึ๊บมากพอสมควร ตรงนี้เวลาฟังเพลงที่มีจังหวะสนุก ๆ รู้สึกอยากเต้นตามไปด้วย ในทางกลับกันการใช้ฟังเพลงที่ต้องการรายละเอียดเสียงเยอะ ๆ ตรงนี้ไม่แมทช์กับ เจบีแอล– Charge 3 สักเท่าไหร่ ซึ่งก็ไม่แปลกใจอะไรเพราะลำโพงหรือแม้หูฟังที่จะให้เสียงได้ครบขนาดนั้นจะมีราคาที่สูงกว่านี้ เท่าที่ได้ใช้ เจบีแอล– Charge 3 ฟังเพลงทั่วไปได้สนุกดี คนที่ชอบเบสหนักมากหน่อย เสียงต่ำมาเต็ม น่าจะชอบ JBL Charge 3 ไม่มากก็น้อย

สรุป ลำโพงไร้สายรุ่นนี้ สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้มากสุดถึง 3 เครื่องผ่านสัญญาณบลูทูธ เช่น สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต คราวนี้คุณก็เอ็นจอยกับเสียงเพลงได้ทุกที่ทุกเวลาแล้ว มาพร้อมกับแบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 6000mAH ซึ่งช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้นานถึงประมาณ 20 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้เช่นกัน ใครที่ชอบลำโพงเสียงใส ๆ คุณภาพคมชัด และดังกังวานแล้วละก็

นี่คือลำโพงที่เหมาะกับคุณเลยล่ะ ซึ่งนอกจากใช้ฟังเพลงแล้ว มันยังใช้เป็น Speakerphone สำหรับรับสายจากสมาร์ทโฟนได้ด้วย บอกเลยสะดวกมาก ๆแน่นอนว่าคุณสมบัติที่โดดเด่นของ เจบีแอล Charge 3 นอกจากคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมและดีไซน์ที่ลงตัวแล้ว ลำโพงไร้สายรุ่นนี้ยังกันน้ำได้ดีในระดับนึงด้วย โดยสามารถกันน้ำได้ตามมาตรฐานในระดับ IPX7 แต่ก็ไม่ถึงกับเอาลงไปฟังในน้ำได้นะ

Categories
Uncategorized

เพาเวอร์บาย 10.10 ตู้เย็นคือทางเลือก!

ใกล้จะถึงเวลาของ เพาเวอร์บาย 10.10  กันแล้วนะ!! วันนี้เลยมีบทความที่น่าสนใจอย่างเรื่อง “ เพาเวอร์บาย 10.10 ตู้เย็นคือทางเลือก! ”  เรื่องจากว่าตู้เย็นเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งภายในบ้าน ที่แทบทุกบ้านจะมีไว้อย่างน้อยหนึ่งตู้ เพื่อแช่อาหาร น้ำ เพื่อคงความสดให้มากที่สุด แต่ก่อนหน้านั้น เราต้องรู้ก่อนว่าประเภทของตู้เย็น ทางเราแบ่งออกมาได้สามประเภท ได้แก่

เพาเวอร์บาย 10.10

ตู้เย็นหนึ่งประตูหรือตู้เย็นประตูเดียว เป็นทางเลือกที่ดีในการแช่แข็งและการใช้งานแบบคอมโบ มันมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับผักสด เนื้อสด และเครื่องดื่มต่าง ๆ อย่างนมเป็นต้น ส่วนใหญ่พวกมันทำงานโดยใช้เทคโนโลยีแบบทั่วไป สามารถละลายน้ำแข็งด้วยตนเองได้หรืออาจจะมีปุ่มกดเพื่อสั่งการให้มันละลายน้ำแข็ง

ตู้เย็นประตูเดียวโดยทั่วไปจะมีขนาดประมาณ 200 ลิตร สิ่งเหล่านี้เหมาะสำหรับคนที่อาศัยอยู่คนเดียว หรือเหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิก 2-3 คน ตู้เย็นประตูเดียวนั้นค่อนข้างประหยัดและกินไฟน้อยกว่าตู้เย็นขนาดใหญ่ประมาณ 25-40% อีกทั้งยังทำความสะอาดง่ายกว่า แต่ปัญหาเดียวของตู้เย็นประตูเดียวคือมีพื้นที่ช่องแช่แข็งที่น้อยมาก ๆ และมีชั้นวางของประตูขนาดเล็กเกินไป ดังนั้นคุณอาจประสบปัญหาเกี่ยวกับที่เก็บขวดน้ำขนาดใหญ่ตรงช่องประตูได้ค่ะ

ตู้เย็นสองประตูมีประตูแยกต่างหากทั้งสำหรับตู้เย็นและตู้แช่แข็ง มันมักจะมาในความจุตั้งแต่ 220-500 ลิตร และเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิก 4-5 คน มันมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับไว้ใส่อาหาร, ผัก, เนื้อสัตว์, อาหารแช่แข็ง และเครื่องดื่มต่าง ๆ เป็นต้น

เนื่องจากตู้เย็นแบบนี้มีตู้แช่แข็งขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงคุณสามารถทำน้ำแข็ง, เก็บไอศครีม และทำไอศครีมแช่แข็งได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถควบคุมอุณหภูมิแบบแยกช่องต่างหากได้อีกด้วย ตู้เย็นแบบนี้มันมีเทคโนโลยีที่ไม่มีน้ำค้างแข็งดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องละลายน้ำแข็งด้วยตนเอง อีกทั้งตู้เย็นสองประตูมีพัดลมอัตโนมัติที่ช่วยให้อากาศไหลเวียนผ่านการแช่แข็ง มันจะให้ความเย็นมากกว่า แต่กินไฟมากกว่าตู้เย็นเพียงประตูเดียวประมาณ 30-40% และมีราคาที่สูงกว่าตู้เย็นประตูเดียวด้วยนะคะ แต่ก็เหมาะสำหรับครอบที่มีสมาชิกเยอะ ๆ เช่นกัน หากครอบครัวของคุณชอบที่ทำอาหารกินเอง เราขอแนะนำเป็นตู้เย็นแบบสองประตูจะดีที่สุดค่ะ

ตู้เย็นแบบมัลติดอร์เป็นตู้เย็นที่มีประตูหลายบานสามารถแช่อาหารได้อย่างหลากหลาย ตอนนี้ตู้เย็นแบบมัลติดอร์กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะมันใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์มาก ตู้เย็นที่มีประตูหลายบานจะให้ความสะดวกในการใช้งานและรองรับรายการอาหารจำนวนมาก มันมีความจุตั้งแต่ 250 ลิตรถึง 850 ลิตร

ตู้เย็นมัลติดอร์มักจะมาในรูปทรงและขนาดที่แตกต่างกันและให้รูปลักษณ์ที่ดูหรูหรามีความพรีเมียมและยังเพิ่มความทันสมัยให้กับห้องครัวของคุณ แม้ว่าตู้เย็นเหล่านี้จะมีราคาสูง แต่มันจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณได้เป็นอย่างมาก ช่วยให้เข้าถึงตู้เย็นและช่องแช่แข็งได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่แช่แข็งมากกว่าตู้เย็นแบบสองประตูมาก มันใช้งานได้ในระยะยาวและอาจจะคุ้มค่าหากคุณตั้งใจจะซื้อมัน

ขอคำนึงที่ควรรู้ไว้ แต่หลายคนชอบลืมคือเรื่องของระบบควบคุมอุณหภูมิ เพราะระบบนี้จะช่วยควบคุมความเย็นภายในตู้เย็นของคุณ ในขณะที่ซื้อตู้เย็นสองประตูคุณควรมองหาการควบคุมอุณหภูมิแยกต่างหากสำหรับตู้เย็นและตู้แช่แข็ง มันจะให้อิสระในการควบคุมอุณหภูมิของทั้งสองหน่วย คุณควรตรวจสอบสัญญาณเตือนการเปิดประตู

หากคุณเปิดประตูตู้เย็นทิ้งไว้โดยไม่ได้ตั้งใจก็ควรส่งเสียงออกมาเพื่อให้คุณรู้ตัวจะได้ไม่เปลืองไฟ นอกจากนี้อย่าลืมเรื่องของการกำจัดกลิ่น คุณสมบัติการกำจัดกลิ่นเป็นคุณสมบัติที่มีประโยชน์มากเพราะจะช่วยรักษากลิ่นอาหารได้นาน และสามารถกำจัดกลิ่นที่รุนแรงออกจากอาหารได้โดยใช้ตัวกรองพิเศษ มันทำให้อากาศมีความสดใหม่และไม่มีกลิ่นที่ปะปนกันภายในตู้เย็น