Categories
Uncategorized

โปรเจคเตอร์ โฮมเธียเตอร์ที่สร้างได้!

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า โปรเจคเตอร์  คือ เครื่องฉายสัญญานภาพวีดิโอลงบนฉาก โดยเกิดจากการสร้างแสงสีและผ่านเลนส์ต่างๆมาเป็นภาพบนฉาก ซึ่งเป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขวางทั้งในการนำเสนอทางธุรกิจ การประชุม ห้องเรียน อบรมสัมมนา หรือใช้เพื่อความบันเทิง เช่น การชมภาพยนตร์

โปรเจคเตอร์

ต้องเกริ่นก่อนว่า อุปกรณ์ฉายภาพอย่าง โปรเจคเตอร์ (Projector) จากที่เคยเป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับการประชุมและนำเสนอในที่ทำงาน หรือใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน ปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นอุปกรณ์เพื่อเพิ่มอรรถรสและสร้างความบันเทิงในบ้าน แถมยังมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีให้ทันสมัยและใช้งานได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ถ้าคุณฝันอยากมีโรงหนังส่วนตัวหรืออยากมี Home Theater เอาไว้ที่บ้าน

โฮมเธียเตอร์ โปรเจคเตอร์ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์ภายในบ้าน แต่ก็มีวางขายกันอยู่หลายรุ่น หลายสเปค แล้วเราจะเลือกโปรเจคเตอร์อย่างไรให้เหมาะสมกับความต้องการและการใช้งานของเรา ผมขอแนะนำ 3 ปัจจัยสำคัญในการเลือกโปรเจคเตอร์สำหรับห้องดูหนังหรือห้องนั่งเล่นของในบ้านคุณเพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีเยี่ยม

เลือกโปรเจคเตอร์ตามขนาดของห้อง ในการเลือกโปรเจคเตอร์ที่ลงตัวสำหรับของคุณ อันดับแรกควรพิจารณาถึงขนาดของห้องที่จะใช้ ตำแหน่งของโปรเจคเตอร์ซึ่งโดยทั่วไปควรอยู่ระหว่าง 1.5 ถึง 2.5 เมตร สำหรับห้องขนาดเล็กควรเลือกเป็นโปรเจคเตอร์ที่มีระยะฉายสั้นที่สามารถฉายภาพได้อย่างน้อย 100 นิ้วในพื้นที่ที่จำกัด สำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นสามารถเลือกเป็นโปรเจคเตอร์ที่มีระยะฉายมาตรฐาน ฉายภาพขนาด 100 – 120 นิ้วได้จากระยะห่างระหว่าง 2.5 ถึง 4 เมตร

พิจารณาจากตำแหน่งการติดตั้ง การตกแต่งภายใน หรือการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในของคุณก็มีผลต่อการเลือกโปรเจคเตอร์เช่นกัน หากคุณมีข้อจำกัดในการติดตั้งจำเป็นต้องวางโปรเจคเตอร์ไว้ทางซ้าย หรือทางขวาของหน้าจอ ให้มองหาโปรเจคเตอร์โฮมเธียเตอร์ที่มีฟังก์ชันคีย์สโตน (Horizontal – Key Stone) ซึ่งก็คือการแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูในแนวนอนและช่วยให้ฉายภาพจากด้านข้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ หรือหากจะวางโปรเจคเตอร์ไว้บนโต๊ะหรือติดตั้งบนเพดานตรงด้านหน้าของหน้าจอ

ให้เลือกรุ่นที่มีฟังก์ชันการแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูในแนวตั้ง (Vertical – Key Stone) เพื่อให้ง่ายต่อการจัดตำแหน่งภาพ ให้สามารถชมภาพยนตร์บนจอขนาดใหญ่ได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการตกแต่งภายในห้อง และยิ่งไปกว่านั้นก็ยังมีโปรเจคเตอร์หลายๆรุ่นที่มาพร้อมกับการปรับแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูทั้งสองสองแกนให้ท่านได้เลือกซื้อและใช้งานตามความเหมาะสม

พิจารณาจากปริมาณแสงรบกวนในพื้นที่ที่ใช้งาน หลายคนคงคุ้นเคยกับคำพูดที่ว่า “ดูโปรเจคเตอร์ต้องปิดไฟ” แต่ในปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องปิดไฟให้มืดสนิทอีกต่อไป โปรเจคเตอร์หลายรุ่นสามารถใช้งานได้ในสภาพแสงรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ห้องที่มืดสนิทจนถึงในห้องที่เปิดไฟสว่างจ้า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่หลากหลาย หัวใจสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือความสว่างของโปรเจคเตอร์ สำหรับการรับชมในรูปแบบเดียวกับโรงภาพยนตร์โดยคุมแสงให้มืดสนิท หรือมีแสงโดยรอบน้อย สามารถเลือกรุ่นที่มีความสว่าง 2,000 ~ 2,400 Lumen หากต้องการใช้งานในห้องที่เปิดไฟหรือมีแสงรบกวนจากนอกหน้าต่างแบบห้องรับแขก ห้องนั่งเล่นหรือบางคนอาจจะเอามาใช้แทนโทรทัศน์ ก็ควรเลือกสเปคความสว่างสูงกว่า 3,000 Lumen ขึ้นไป เพื่อให้ได้ภาพที่สว่างและคุณภาพของภาพที่ยังสวยและคมชัด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *