Categories
Uncategorized

เลือก เครื่องชงกาแฟ ยังไงให้ขายดี!!

“จะเปิดร้านกาแฟต้องเลือก เครื่องชงกาแฟ ยังไงให้ขายดี!!” เชื่อว่าหลายคนที่กำลังมีแนวคิดเปิดร้านกาแฟคงตั้งคำถามที่ว่านี้อยู่ในใจไม่น้อย ซึ่งการเลือก เครื่องชงกาแฟ ควรดูหลายปัจจัยมากทั้งข้อดีข้อเสีย ความเหมาะสมกับการนำมาใช้งาน รวมไปถึงราคาของเครื่อง และสำหรับใครที่ต้องการหาคำตอบเพื่อที่จะได้รีบไปซื้อมาใช้งาน ลองอ่านบทความนี้กันดู เผื่อจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น!

เครื่องชงกาแฟ

 1. Espresso Coffee Machine เครื่องชงกาแฟประเภทเอสเปรสโซ จัดว่าเป็นเครื่องที่ได้รับความนิยมที่สุดในบรรดาผู้ประกอบการร้านกาแฟใช้กัน ซึ่งจะใช้น้ำร้อนชงกาแฟออกมาด้วยแรงดันไอน้ำในหม้อต้ม ข้อดีคือเป็นเครื่องที่สามารถผลิตกาแฟได้มากและใช้เวลาน้อย สั่งปุ๊บได้ปั๊บ เครื่องส่วนใหญ่จะมีแก้ววัดปริมาณกาแฟมาให้ด้วย ข้อเสียคือต้องทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งานเนื่องจากกาแฟหยดลงมาใส่พื้นเครื่อง และพอชงเสร็จก็ต้องรีบเสิร์ฟเพื่อไม่ให้กาแฟเย็นชืด เหมาะกับร้านที่อยากให้ลูกค้าได้รับความเข้มข้นของกาแฟ รวมทั้งกลิ่นละมุนจากเมล็ดกันแบบแท้ ๆ สด ๆ แน่นอนว่าต้องร้านกาแฟขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ (ใช้ที่บ้านก็ได้ด้วยนะ)

2. Capsule Coffee Machine เครื่องชงกาแฟประเภทแคปซูล  เป็นเครื่องที่ชงกาแฟง่ายมาก แค่หยิบกาแฟแคปซูลที่ออกแบบมาโดยเฉพาะใส่ในเครื่องแล้วกดปุ่มทำงานก็ได้กาแฟมาดื่มกันแล้ว ข้อดีคือ สามารถจุน้ำร้อนตามปริมาณเหมาะสม มีการรองรับรสชาติแคปซูลได้หลากหลาย สะดวกรวดเร็วในการชง รสชาติคงที่ เหมาะสำหรับคนที่ดื่มรสเดิม ๆ เป็นประจำ ข้อเสียคือ รสชาติกับกลิ่นของกาแฟก็จะไม่ค่อยเข้มและหอมละมุนเท่าไรนัก หลังนำกาแฟไปเสิร์ฟแล้วอาจมีน้ำกาแฟหยดจากเครื่องต้องทำความสะอาดบ่อยครั้ง

3. Drip เครื่องชงกาแฟประเภทกรอง จะเป็นการชงโดยใช้น้ำร้อนเทลงไปบนกาแฟบดซึ่งมีกระดาษกรองรองอยู่บนแก้วกาแฟอีกที ข้อดีคือสามารถชงได้หลายแก้ว (สูงสุด 15 แก้ว) ซึ่งไม่ต้องมาคอยเปิดดูน้ำในเครื่องบ่อยเพราะจะมีช่องบอกปริมาณน้ำที่เหลือไว้นอกเครื่องเลย บางรุ่นสามารถอุ่นกาแฟได้ในระยะเวลาไม่นาน ทำให้สามารถชงรอลูกค้าไว้เผื่อในกรณีที่มาสั่งพร้อมกันหลายแก้ว ทั้งยังมีระบบป้องกันน้ำกาแฟหยดไม่ต้องคอยกังวลเรื่องทำความสะอาด  ข้อเสียคือแม้ว่าจงได้หลายแก้วแต่ก็ต้องค่อยๆ ทำจึงอาจใช้เวลาอยู่บ้าง และได้แค่กาแฟชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น รสชาติ กลิ่นของกาแฟไม่ค่อยเข้มข้น หอมละมุน

4. Syphon Coffee Maker เครื่องชงกาแฟประเภทไซฟอน จะใช้แรงดันไอน้ำตามธรรมชาติในการผลิตกาแฟออกมาแต่ละแก้ว โดยจะใส่กาแฟบดไว้ที่แก้วด้านบน และใส่น้ำไว้ที่แก้วด้านล่างรอจนน้ำเดือดก็จะระเหยไปหากาแฟบดทำให้กลายเป็นน้ำกาแฟ ข้อดีคือจะได้รสชาติของกาแฟที่กลมกล่อม เข้มข้น สร้างบรรยากาศการดื่มกาแฟสมัยก่อนได้ดี  ข้อเสียคือจะได้กาแฟในปริมาณน้อย 12 แก้วเท่านั้น ใช้เวลารอกาแฟนาน ทั้งยังทำความสะอาดตัวเครื่องลำบากด้วย เหมาะกับร้านกาแฟที่มีขนาดเล็ก – กลาง คงความคลาสสิก วินเทจ ซึ่งจะแปลกจากเครื่องชงทั่วไปตรงที่ร้านใช้เรื่องชงเหล่านี้มักมีสไตล์เป็นของตนเอง

5. French Coffee Press เครื่องชงกาแฟแบบกด จะเป็นการเทน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟ หรือกาแฟบดหยาบ แล้วค่อย ๆ กดก้านกรองที่ติดอยู่กับภาชนะ ข้อดีคือได้กาแฟมีกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้น หอมละมุนน่าดื่ม ข้อเสียคือด้วยความที่เครื่องชงประเภทนี้เป็นแบบกดจึงต้องออกแรงพอสมควร ใช้เวลาทำนานถึง 4 นาทีกว่าจะได้มา 1 แก้ว รวมทั้งค่อนข้างยุ่งยากในการล้างทำความสะอาด เหมาะกับร้านที่มีขนาดเล็ก หรือตกแต่งร้านสไตล์ฝรั่งเศสชิคๆ

อย่างไรก็ตาม หากเรามองว่าการมาของลูกค้านั้น ลูกค้าให้ความสำคัญกับการดื่มกาแฟ และเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต ฉะนั้น การชงกาแฟให้อร่อย และทำให้เกิดความพึงพอใจทุกครั้งที่ได้ดื่มมัน คงเป็นเรื่องที่ละเลยไปไม่ได้เช่นกัน บนโลกใบนี้ มีวิธีการชงกาแฟที่หลากหลาย มีสไตล์ในการชงกาแฟที่ต่างกันไปแต่ละประเทศ เช่นนั้นแล้ว จงหาเส้นทางที่คุณสบายใจ และลูกค้าพึงพอใจให้บาลานซ์ที่สุด!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *