Categories
Uncategorized

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ใช้งานได้จริงไหม ?

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ดูดฝุ่นได้ ?? การทดสอบจำนวนมากได้ยืนยันแล้วว่ามันสามารถดูดฝุ่นได้จริง และผู้ใช้งานจำนวนมากที่เราได้พูดคุยต่างบอกว่าพอใจกับความสะดวกสบายและความสะอาดที่ได้ ถึงแม้บางคนจะรู้สึกว่ามันทำงานได้ไม่ทั่วถึงเท่าการดูดฝุ่นด้วยตัวเอง

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น

เราเชื่อว่าน้อยคนนัก (โดยเฉพาะในกลุ่มทีมงานของเรา) ที่จะสามารถกวาดบ้านหรือดูดฝุ่นได้มากกว่า 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และถึงแม้หลายคนอาจรู้สึกว่า การดูดฝุ่นด้วยตัวเองนั้นทั่วถึงกว่า แต่ในความจริง มันยากมากที่จะทำความสะอาดให้ได้ครบถ้วนเท่ากับการปล่อยให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานเป็นเวลา 12 ชั่วโมง

ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือ แค่ไม่ชอบการดูดฝุ่น การลงทุนซื้อ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น จะทำให้บ้านของคุณสะอาดขึ้นและมีความสุขที่ได้เวลากลับคืนมาหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นในปัจจุบันไม่ต้องอาศัยการตั้งค่าที่ยุ่งยากเหมือนในสมัยก่อน คุณสามารถกดปุ่มเพียง 1-2 ขั้นตอนและปล่อยให้มันเริ่มทำงานเท่านั้น

คุณยังไม่จำเป็นต้องจดจำว่าจะเปิดใช้งานหุ่นยนต์วันไหนบ้าง เพราะหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นใหม่ ๆ แทบทุกรุ่นสามารถตั้งเวลาเพื่อให้มันทำงานเป็นกิจวัตรด้วยตัวเองผ่านทางสมาร์ทโฟนได้

ในปัจจุบัน คุณสามารถซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ใช้งานได้ดี ในราคาที่ถูกกว่าเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปที่คุณต้องออกแรงทำความสะอาดเอง นอกจากมันจะดูดฝุ่นใต้โต๊ะและโซฟาได้ดีแล้ว หากคุณเลี้ยงสุนัขหรือแมวไว้ในบ้าน เราเชื่อว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณมากเป็นพิเศษ

ความสะดวกและความสม่ำเสมอนี้ เป็นเหตุผลหลักที่เราคิดว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในราคาที่เหมาะสม ถือเป็นการลงทนที่คุ้มค่าอย่างมากสำหรับคนที่ชอบอยู่บ้าน

ข้อจำกัดของเครื่องดูดฝุ่นแบบอัตโนมัติ ถึงแม้เครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะจะทำงานได้บนหลายพื้นผิวในปัจจุบัน หุ่นยนต์ดูดฝุ่นส่วนใหญ่ยังมักจะพบปัญหาเมื่อต้องทำงานบนพรมสีดำ ซึ่งเซ็นเซอร์ตรวจจับพื้นผิวได้ยาก คล้ายกับที่เป็นปัญหากับเม้าส์ไร้สายบางรุ่น สิ่งที่คุณต้องระวัง คือ สายไฟ สายชาร์จโทรศัพท์ อุจจาระของสัตว์เลี้ยง และหมากฝรั่ง ซึ่งหุ่นยนต์ดูดฝุ่นแทบทุกรุ่นจะเกิดปัญหาเมื่อวิ่งผ่านวัตถุเหล่านี้

โดยเฉพาะกับล้อเล็ก ๆ ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเหล่านี้ยังไม่สามารถขึ้นลงบันไดหรือเดินผ่านพื้นที่มีระดับต่างกันมาก ๆ ได้ ดังนั้นคนที่อาศัยอยู่บ้านที่มี 2 ชั้นอาจต้องเสียเวลาย้ายมันขึ้น-ลงบ้าง แต่เราไม่ต้องกังวลว่ามันจะจดจำแผนที่ของแต่ละชั้นสลับกัน เพราะหุ่นยนต์ดูดฝุ่นส่วนใหญ่จะเริ่มวิเคราะห์เส้นทางการทำความสะอาดใหม่ในทุกครั้ง

หลายคนที่มีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอยู่ที่บ้าน (โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้การเคลื่อนที่แบบ bump and run) อาจเคยพบว่ามันเดินสะเปะสะปะ ย้อนไปย้อนมา และดูไม่ฉลาดอย่างที่แต่ละยี่ห้อโฆษณา เราแนะนำว่าคุณไม่ควรนั่งจ้องดูหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานเพราะนอกจากจะทำให้คุณรำคาญแล้ว ข้อสำคัญของการใช้งานหุ่นยนต์พวกนี้ คือ การปล่อยให้มันทำงานจนครบวงจรเพื่อที่คุณจะได้ไปทำอย่างอื่นอย่างมีความสุข หากคุณมีเวลาเหลือ คุณอาจขยับเฟอร์นิเจอร์เพื่อหลีกทางให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานได้ง่ายขึ้น และคอยเทเศษผงเมื่อถังเก็บฝุ่นเต็มเท่านั้น

นอกจากนั้น เราแนะนำว่าคุณควรปล่อยให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานในเวลาที่คุณไม่อยู่บ้าน เพราะถึงแม้หุ่นยนต์หลายรุ่นจะมีเสียงเบากว่ามัยก่อนมาก แต่มันก็ยังอยู่ในระดับที่รบกวนสมาธิของคุณเมื่อต้องอยู่ในห้องเดียวกันเป็นเวลานาน ๆ

Categories
Uncategorized

ปลั๊กไฟ กับความปลอดภัยที่คุณไม่รู้ไม่ได้

ปลั๊กไฟ

            วงจรไฟฟ้าภายในบ้านนั้นเป็นสิ่งที่เหมือนเส้นเลือดหลักที่คอยหล่อเลี้ยงให้มีพลังงานขึ้นมาในการทำกิจกรรมที่หลากหลาย และปลั๊กไฟก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในกากระจายวงจรไฟฟ้าเหล่านั้นให้ออกเครื่องใช้ไฟฟ้าของเราทำงานได้ แต่แน่นอนว่าเรื่องของไฟฟ้านั้นไม่ใช่สิ่งเล่น ๆ เพราะนอกจากจะให้ประโยชน์อย่างมหาศาลแล้วถ้าไม่ระวังแล้วก็จะเกิดอันตรายถึงชีวิตเลยก็ว่าได้ และ ปลั๊กไฟ นั้นก็มักจะเป็นแหล่งที่เกิดอุบัติเหตุได้มากที่สุด บางทีก็เป็นการสร้างความสูญเสียให้กับชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมายเลยทีเดียว ดังนั้นเราจะมาพูดถึงการดูแลเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง คนรอบข้างและทรัพย์สินจากอุปกรณ์ชิ้นนี้กัน

                1. เลือกปลั๊กที่ได้มาตรฐาน

                ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรนึกถึงในอันดับต้น ๆ ในการใช้งานปลั๊กไฟเลยทีเดียวเพราะว่าคุณภาพจะดีหรือไม่ดีนั้นหลัก ๆ ก็จะอยู่ที่ตรงนี้นั่นเอง ถ้าเป็นปลั๊กที่เป็นแบรนด์ที่เรารู้จักกันดีก็จะเป็นตัวการันตีในระดับแรกได้ว่าน่าจะมีคุณภาพในระดับหนึ่งแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่จะการันตีได้มากขึ้นก็ต้องดูถึง วัสดุ ขนาด และงานประกอบของตัวสินค้าว่าโอเคไหม ซึ่งเมื่อหลาย ๆ อย่างรวมกันแล้วนั้นก็วางใจได้ในระดับที่มากขึ้นเพื่อที่จะซื้อมาใช้งาน และที่สำคัญอีกอย่างก็คือเรื่องราคาที่ไม่ควรถูกมากจนเกินไป เพราะว่าอาจจะเป็นของที่เสื่อมคุณภาพและนำมาขายก็ได้

                2. วางปลั๊กในสถานที่ ๆ เหมาะสม

                เมื่อได้ปลั๊กไฟมาแล้วก็ควรที่จะวางไว้ในสถานที่ ๆ เหมาะสมไม่ใกล้กับแหล่งน้ำหรือว่าความร้อนมากจนเกินไป เพราะว่าปลั๊กเป็นอุปกรณ์ที่พร้อมจะส่งออกไฟฟ้ามาสู่ภายนอกได้ตลอดเวลา ถ้าหากว่าได้เจอกับน้ำก็เหมือนเป็นการนำน้ำมันไปเจอกับไฟเลยทีเดียว อาจเกิดไฟฟ้ารัดวงจรได้ ไม่เพียงแค่นั้นถ้านำไปอยู่ในที่ ๆ มีความร้อนมากกว่าปกติอาจทำให้ปลั๊กไฟเกิดอุณหภูมิที่สูงขึ้นได้จนทำให้เกิดการรัดวงจรได้อีกเช่นเดียวกัน ดังนั้นควรหาที่วางให้อยู่ในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเทสะดวก

                3. เสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างพอสมควรกับตัวปลั๊ก

                ปลั๊กไฟนั้นจะมีการแบ่งจำนวนช่วงสำหรับเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้ามาให้หลายช่องอยู่แล้ว แต่ว่าการเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าจำนวนแต็มทุกช่องนั้นก็จะต้องดูว่าสมควรหรือไม่ เช่นอุปกรณ์ไฟฟ้านั้นมีการใช้กำลังไฟเยอะหรือเปล่า อย่างเช่น ตู้เย็น เตารีด ไมโครเวฟ เป็นต้น ซึ่งไม่ควรนำเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้มาเสียบอยู่ในปลั๊กเดียวกัน เพราะอาจจะทำให้แย่งกำลังไฟกันจนไฟฟ้าลัดวงจรหรือความร้อนมากเกินไปจนช็อตนั่นเอง ทางทีดีคือถ้าจำเป็นจะต้องเสียบปลั๊กกับอุปกรณ์ให้ครบทุกตัวก็ควรที่จะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้จำเป็นต้องใช้กำลังไฟเยอะมากเท่าไหร่อย่างเช่น TV พัดลม เป็นต้น

                4. ถอดปลั๊กเมื่อไม่ได้อยู่บ้านนาน ๆ

                เรื่องของอุบัติเหตุนั้นเป็นสิ่งที่ต้องบอกว่าไม่ต้องมีการแจ้งเตือนก่อนหน้า ดังนั้นความไม่ประมาทจึงเป็นสิ่งสำคัญสุด ๆ เรื่องปลั๊กก็เช่นกันที่บางครั้งก่อนออกจากบ้านหรือไม่ได้อยู่บ้านนาน ๆ ก็ควรดึงออกให้หมด เพราะเมื่อไหร่ที่เกิดอุบัติเหตุตอนที่ผู้อาศัยไม่อยู่นั้นความสูญเสียของทรัพย์สินก็จะรุนแรงขึ้นหลายเท่า

                ปลั๊กไฟ สามารถให้ประโยชน์แก่เราได้มากมายแต่ก็ต้องดูแลดี ๆ เพื่อลดความอันตรายนั่นเอง ถ้าใครสนใจก็สามารถนำไปปรับใช้กันได้นะครับ

Categories
Uncategorized

แอบบอก! ตกแต่งบ้านมินิมอลกับโปรเจคเตอร์พกพา

ปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวันของเรา ทางผู้ให้บริการทางเทคโนโลยีก็ขยันพัฒนาสินค้าเพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น โปรเจคเตอร์พกพา ก็เป็นหนึ่งในไอเท็มที่ทำให้คุณได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลาย เช่น โรงภาพยนตร์ส่วนตัวที่บ้าน, โรงภาพยนตร์กลางแจ้งระหว่างแคมป์ปิ้ง, ปาร์ตี้คาราโอเกะ, เล่นเกมส์ รวมไปถึงการใช้งานในเชิงธุรกิจ เช่น การประชุมและการนำเสนองาน ซึ่งโปรเจคเตอร์ขนาดพกพานั้นสามารถเชื่อมต่อกับ iPhone หรือสมาร์ทโฟนอื่น ๆ ได้เลย อีกทั้ง โปรเจคเตอร์พกพา หลายรุ่นยังสามารถรองรับความละเอียดระหว่างฉายได้ที่ Full HD และมีการติดตั้งแบตเตอรี่ในตัวที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้หลายชั่วโมง

โปรเจคเตอร์พกพา

ปัจจุบันเครื่องโปรเจคเตอร์ได้ถูกนำมาใช้งานเพื่อเพิ่มอรรถรสในความบันเทิงภายในบ้าน และนอกบ้านอย่างกว้างขวาง จากการเติบโตด้านการดีไซน์ภาพลักษณ์ของอุปกรณ์เอง รวมไปถึงคุณสมบัติที่ใช้งานง่าย รองรับอุปกรณ์มีเดียสมัยใหม่ได้มากขึ้น แถมยังมาพร้อมกับช่วงราคาที่ถูกลงกว่าสมัยก่อนมาก ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลาย ๆ คน หันมาเลือกใช้เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ หรือมินิโปรเจคเตอร์ สำหรับการนำเสนอผลงาน หรือใช้เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชม

อีกทั้งโปรเจคเตอร์หลาย ๆ รุ่นยังถูกออกแบบมาให้รองรับการเชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ต ซึ่งช่วยยกระดับการใช้งานเครื่องฉายภาพโปรเจคเตอร์ให้กว้างขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงแอพพลิเคชั่น การรับชม Netflix หรือวิดีโอจากเว็บไซต์ต่าง ๆ และบางรุ่นยังช่วยทำให้การนำเสนองานของคุณดูน่าเชื่อถือได้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์หลายตัวพร้อม ๆ กัน มาดูรุ่นที่น่าสนใจกันดีกว่า

Ovtech Android 4.4 Mini Projector 1G/16G WIFI โปรเจคเตอร์รุ่นนี้มีความละเอียดสูงกว่ามาตรฐานที่ 1280×800 น้ำหนักเบาขนาดเล็ก พกพาได้ง่าย พร้อมใช้งานได้ทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ยังรองรับการควบคุมระยะไกลและการควบคุมแบบสัมผัส มีหน้าจอสัมผัสมัลติมีเดียเสมือนจริงที่ด้านบนของโปรเจคเตอร์ เชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย 2.4G / 5G Wifi และรองรับบลูทูธเพื่อดูวิดีโอ หรือฟังเพลง ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีมีฟังก์ชั่นปรับรูปคางหมูอัตโนมัติ สามารถปรับขนาดที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วในไม่กี่วินาที ใช้หลอดไฟ LED อายุการใช้งานประมาณ 50,000 ชั่วโมง แบตเตอรี่สามารถฉายได้นาน 3-4 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แม้ราคาจะสูงไปสักนิดแต่เทียบกับคุณภาพที่ได้แล้วถือเป็นอีกรุ่นที่เราแนะนำ

Acer Projector K137i ใหญ่กว่าพกพาได้นิดหน่อย นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ Acer เมื่อมินิโปรเจคเตอร์อย่าง K137i เปิดตัวออกมาและกลายเป็นหนึ่งในโปรเจคเตอร์ที่หลายคนเลือกซื้อเป็นอันดับต้น ๆ เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าค่ายนี้เค้ามีชื่อเสียงเรื่องดีไซน์อันโดดเด่นและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยม ตัวเครื่องถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย ดูดีมีสไตล์ เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาโปรเจคเตอร์ไปใช้ในห้องทำงาน หรือการประชุม

จุดเด่นที่ชูโรงขึ้นมาต้องยกให้กับฟังก์ชั่นที่รองรับ Microsoft Office และสามารถอ่านไฟล์ PDF ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยให้การนำเสนอผลงานในที่ประชุมของคุณโดดเด่นแบบจัดเต็มได้มากขึ้นจากการเชื่อมต่อได้สูงสุด 4 จอ แบบพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเชื่อมต่อจากคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค หรือสมาร์ทโฟน ซึ่งต้องนับว่าเป็นเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ที่ช่วยยกระดับการนำเสนอผลงานให้ดูไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

และอีกรุ่นที่ราคาเบาลงมานิดหน่อย YG400 Multimedia portable Mini LED Projector home theater โปรเจคเตอร์รุ่นนี้มีความละเอียดมาตรฐานที่ 800 x 480 สามารถรองรับความละเอียดขณะฉายภาพได้ที่ 1080P มาพร้อมกับลำโพงในตัว อายุการใช้งานของหลอด LED มีมากกว่า 30,000 ชั่วโมง และมี Keystone Correction ±15° ช่วยปรับภาพคางหมูอัตโนมัติทำให้ภาพไม่บิดเบี้ยวขณะฉาย

นอกจากนี้ยังมีรีโมทที่ใช้ในการควบคุมได้จากระยะไกล สามารถเชื่อมต่อได้หลายอุปกรณ์ และต่อผ่าน WIFI ได้ อีกทั้งยังใช้เป็นพาวเวอร์แบงก์ชาร์จแบตสามาร์ทโฟนผ่าน USB ได้ ที่สำคัญราคาไม่แพงมากนัก แต่มีข้อเสียคือ ขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับมินิโปรเจคเตอร์รุ่นอื่น ทำให้ไม่ค่อยสะดวกในการพกพาใส่กระเป๋าถือเท่าไหร่นัก

Categories
Uncategorized

โปรเจคเตอร์ โฮมเธียเตอร์ที่สร้างได้!

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า โปรเจคเตอร์  คือ เครื่องฉายสัญญานภาพวีดิโอลงบนฉาก โดยเกิดจากการสร้างแสงสีและผ่านเลนส์ต่างๆมาเป็นภาพบนฉาก ซึ่งเป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขวางทั้งในการนำเสนอทางธุรกิจ การประชุม ห้องเรียน อบรมสัมมนา หรือใช้เพื่อความบันเทิง เช่น การชมภาพยนตร์

โปรเจคเตอร์

ต้องเกริ่นก่อนว่า อุปกรณ์ฉายภาพอย่าง โปรเจคเตอร์ (Projector) จากที่เคยเป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับการประชุมและนำเสนอในที่ทำงาน หรือใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน ปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นอุปกรณ์เพื่อเพิ่มอรรถรสและสร้างความบันเทิงในบ้าน แถมยังมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีให้ทันสมัยและใช้งานได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ถ้าคุณฝันอยากมีโรงหนังส่วนตัวหรืออยากมี Home Theater เอาไว้ที่บ้าน

โฮมเธียเตอร์ โปรเจคเตอร์ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์ภายในบ้าน แต่ก็มีวางขายกันอยู่หลายรุ่น หลายสเปค แล้วเราจะเลือกโปรเจคเตอร์อย่างไรให้เหมาะสมกับความต้องการและการใช้งานของเรา ผมขอแนะนำ 3 ปัจจัยสำคัญในการเลือกโปรเจคเตอร์สำหรับห้องดูหนังหรือห้องนั่งเล่นของในบ้านคุณเพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีเยี่ยม

เลือกโปรเจคเตอร์ตามขนาดของห้อง ในการเลือกโปรเจคเตอร์ที่ลงตัวสำหรับของคุณ อันดับแรกควรพิจารณาถึงขนาดของห้องที่จะใช้ ตำแหน่งของโปรเจคเตอร์ซึ่งโดยทั่วไปควรอยู่ระหว่าง 1.5 ถึง 2.5 เมตร สำหรับห้องขนาดเล็กควรเลือกเป็นโปรเจคเตอร์ที่มีระยะฉายสั้นที่สามารถฉายภาพได้อย่างน้อย 100 นิ้วในพื้นที่ที่จำกัด สำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นสามารถเลือกเป็นโปรเจคเตอร์ที่มีระยะฉายมาตรฐาน ฉายภาพขนาด 100 – 120 นิ้วได้จากระยะห่างระหว่าง 2.5 ถึง 4 เมตร

พิจารณาจากตำแหน่งการติดตั้ง การตกแต่งภายใน หรือการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในของคุณก็มีผลต่อการเลือกโปรเจคเตอร์เช่นกัน หากคุณมีข้อจำกัดในการติดตั้งจำเป็นต้องวางโปรเจคเตอร์ไว้ทางซ้าย หรือทางขวาของหน้าจอ ให้มองหาโปรเจคเตอร์โฮมเธียเตอร์ที่มีฟังก์ชันคีย์สโตน (Horizontal – Key Stone) ซึ่งก็คือการแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูในแนวนอนและช่วยให้ฉายภาพจากด้านข้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ หรือหากจะวางโปรเจคเตอร์ไว้บนโต๊ะหรือติดตั้งบนเพดานตรงด้านหน้าของหน้าจอ

ให้เลือกรุ่นที่มีฟังก์ชันการแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูในแนวตั้ง (Vertical – Key Stone) เพื่อให้ง่ายต่อการจัดตำแหน่งภาพ ให้สามารถชมภาพยนตร์บนจอขนาดใหญ่ได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการตกแต่งภายในห้อง และยิ่งไปกว่านั้นก็ยังมีโปรเจคเตอร์หลายๆรุ่นที่มาพร้อมกับการปรับแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูทั้งสองสองแกนให้ท่านได้เลือกซื้อและใช้งานตามความเหมาะสม

พิจารณาจากปริมาณแสงรบกวนในพื้นที่ที่ใช้งาน หลายคนคงคุ้นเคยกับคำพูดที่ว่า “ดูโปรเจคเตอร์ต้องปิดไฟ” แต่ในปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องปิดไฟให้มืดสนิทอีกต่อไป โปรเจคเตอร์หลายรุ่นสามารถใช้งานได้ในสภาพแสงรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ห้องที่มืดสนิทจนถึงในห้องที่เปิดไฟสว่างจ้า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่หลากหลาย หัวใจสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือความสว่างของโปรเจคเตอร์ สำหรับการรับชมในรูปแบบเดียวกับโรงภาพยนตร์โดยคุมแสงให้มืดสนิท หรือมีแสงโดยรอบน้อย สามารถเลือกรุ่นที่มีความสว่าง 2,000 ~ 2,400 Lumen หากต้องการใช้งานในห้องที่เปิดไฟหรือมีแสงรบกวนจากนอกหน้าต่างแบบห้องรับแขก ห้องนั่งเล่นหรือบางคนอาจจะเอามาใช้แทนโทรทัศน์ ก็ควรเลือกสเปคความสว่างสูงกว่า 3,000 Lumen ขึ้นไป เพื่อให้ได้ภาพที่สว่างและคุณภาพของภาพที่ยังสวยและคมชัด

Categories
Uncategorized

LUCKY SALE 9.9 เพาเวอร์บาย

ในเมื่อผู้บริโภคไม่ได้มีเงินที่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้เหมือนที่ผ่านมา แน่นอนครับว่าผู้ผลิต เจ้าของแบรนด์ หรือห้างร้านต่างๆ ก็ย่อมต้องพยายามคิดและงัดกลยุทธ์เทคนิคต่างๆ มาใช้เพื่อให้แน่ใจว่า สินค้าหรือห้างร้านของตัวเองนั้นจะถูกเลือกซื้อเลือกใช้จากผู้บริโภค และคงปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า เทคนิคกลยุทธ์ทางการตลาดที่ถูกเลือกใช้บ่อยที่สุดนั้น คือการจัด “โปรโมชั่น” นั่นเอง เช่น LUCKY SALE 9.9 10.10 11.11 12.12 ตามวันและเดือนต่างๆ  ในเว็บไซต์ต่างๆ อย่าง เพาเวอร์บาย ลาซาด้า ช้อปปี้

LUCKY SALE 9.9

เอาง่ายๆ คือถ้าอยากเพิ่มยอดขาย ก็จัดโปรโมชั่น เรียกได้ว่า โปรโมชั่นนั้นเป็นสูตรสำเร็จทั่วไปจนเราสามารถเห็นคำว่า “ลด แลก แจก แถม” ได้อย่างมากมา ปัจจุบันจาก 100% ของสินค้าที่ถูกซื้อผ่านช่องทางไฮเปอร์และซูเปอร์ กว่า 36% หรือมากกว่า 1 ในสามเป็นสินค้าโปรโมชั่นเข้าไปแล้ว

แต่ก่อนอื่นต้องมาดูกันก่อนว่า จุดประสงค์ในการทำโปรโมชั่นในครั้งนั้นๆ ต้องการทำเพื่อจุดประสงค์อะไร หากต้องการทำเพื่อเพิ่มยอดขายระยะสั้นๆ หรือต้องการแค่สร้าง excitement ให้กับตลาด โปรโมชั่นที่ให้ผลตอบรับทางยอดขายที่สูงที่สุดย่อมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ในทางกลับกัน หากจุดประสงค์สำหรับการทำโปรโมชั่นคือการสร้างแบรนด์ระยะยาว เพิ่มฐานลูกค้าให้สูงขึ้น หรือเพิ่มยอดขายในระยะยาว การได้ตัวเลขยอดขายสูงในระยะสั้นๆ อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมอีกต่อไป ซึ่งเราและบริษัทควรวิเคราะห์ดาต้าเหล่านี้ ให้ลึกลงไป เพื่อที่เราจะสามารถสังเกตเห็นได้ว่า จริงๆ แล้วลูกค้าหรือผู้บริโภคที่ถูกดึงดูดให้เข้ามาซื้อสินค้าในช่วงโปรโมชั่นนั้นๆ

  • ให้คูปองรับสิทธิพิเศษ ในวันสำคัญอย่าง LUCKY SALE 9.9 จากเดิมที่เคยมีการแจกคูปองให้กับลูกค้าผ่านการแนบไปกับสินค้า หรือว่าตามหนังสือนิตยสาร วันนี้ช่องทางในการให้โปรโมชั่นรูปแบบนี้มีหลากหลายมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะทางออนไลน์ คุณสามารถให้คูปองกับลูกค้าโดยการทำแคมเปญง่ายๆ ผ่านการแอด Line หรือ Facebook แล้วร่วมกิจกรมม เช่น แอด Line และร่วมสนุกกับแคมเปญที่มีการให้ข้อมูลเบื้องต้นและได้รับคูปองสิทธิพิเศษทันที นอกจากคุณจะได้ให้คูปองส่วนลดแล้ว ยังเป็นการสร้างชุมชนของลูกค้าเพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้นที่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อไปอีกด้วย
  • ให้ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ หรือให้ทดลองใช้สินค้า บริการ ฟรี แทนการให้ส่วนลด คุณสามารถให้ตัวอย่างสินค้าหรือมอบการบริการเพิ่มเติมให้กับลูกค้า เพื่อได้ทดลองใช้ เพื่อได้รับประสบการณ์ก่อนใช้บริการ หรือซื้อสินค้าจริง เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ของคุณ ทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ของคุณได้ง่ายขึ้น และเป็นการเพิ่มโอกาสในการที่คุณจะสามารถขายสินค้าหรือบริการของคุณได้ในอนาคต
  • ให้ของรางวัล ให้ลูกค้าได้รับรางวัลบางอย่าง เช่น ทองคำ เงินรางวัล ตั๋วเดินทาง หรือสินค้าจากแบรนด์ โดยการที่ลูกค้าจะได้รับของรางวัลนั้นๆ มาจากการร่วมสนุกลุ้นรางวัล เช่น ซื้อสินค้า ใช้บริการที่ร้าน และส่งใบเสร็จ, sms, รหัสต่างๆ มาเพื่อร่วมสนุก และรอลุ้นรางวัลเมื่อจบกิจกรรม การทำโปรโมชั่นลักษณะนี้ เป็นการช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าและบริการ และเพิ่มยอดการรับรู้ของแบรนด์ให้สูงขึ้นอีกด้วย เพราะการทำแคมเปญที่มีของรางวัลกระตุ้นช่วยให้ลูกค้าสนใจและบอกต่อได้ในเวลาอันรวดเร็ว

นี่คือตัวอย่าง 3 กลยุทธ์ที่แบรนด์สามารถทำโปรโมชั่นได้มากกว่าแค่การลดราคสินค้าเพียงอย่างเดียว หากจะทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายครั้งหน้า ก็ลองนำไปปรับกลยุทธ์คุณให้น่าสนใจขึ้นกว่าเดิม

Categories
Uncategorized

แอร์เคลื่อนที่ jpx อาจจะเป็นคำตอบของใจ

แอร์เคลื่อนที่ หรือ Movable Type เป็นเครื่องปรับอากาศชนิดหนึ่ง ที่มีจุดหมายเพื่อใช้งานได้แบบเดียวกันกับแอร์บ้านทั่วไป แต่จะพิเศษกว่าตรงที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และไม่ต้องติดตั้งเข้ากับตัวบ้าน เพียงแค่เสียบปลั๊กก็ใช้ได้เลย แอร์เคลื่อนที่มีวัตถุประสงค์ในการใช้งานต่างกับแอร์บ้าน โดยปัจจุบันออกมาด้วยกันหลากหลายยี่ห้อ อาทิ แอร์เคลื่อนที่ jpx hitachi Aj Aconatic และอีกมากมาย ที่ตอบโจทย์ความต้องการต่างกัน ทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่น

แอร์เคลื่อนที่ jpx

ดังนั้น กับแอร์เคลื่อนที่และแอร์แล้ว ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัด คือ ขนาด BTU ที่ค่อนข้างจะต่ำกว่า เนื่องจากไม่มีคอนเพรสเซอร์แยกด้านนอกเพื่อระบายความร้อน รวมไปถึงเป็นเครื่องขนาดเล็ก ต้องทำให้น้ำหนักเบา เพื่อง่ายต่อการย้าย ดังนั้นจึงถูกตัดฟังก์ชั่นต่างๆออกไปมาพอสมควร โดยการพิจารณาว่าดีไหมนั้น ควรพิจารณาจากลักษณะของแอร์เคลื่อนที่ ว่าเหมาะกับ Life Style ของผู้ซื้อหรือไม่

ลักษณะของแอร์เคลื่อนที่ มีคอมเพรสเซอร์ ท่อลมร้อน และระบบกรองอากาศในตัว  ดังนั้น ในบางรุ่นจึงต้องการการต่อท่อ (ลากท่อ) เพื่อระบายน้ำทิ้ง เป็นน้ำที่เกิดจากไอน้ำเมื่อทำความเย็น ใช้งานโดยการเสียบปลั๊กไฟ  อาจต้องหาท่อต่อออกภายนอกห้อง เพื่อระบายความร้อนที่เกิดจากการทำงาน มีขนาดเล็กเคลื่อนย้ายได้ เหมาะสำหรับห้องการย้ายห้อง การเปลี่ยนมุมในการทำความเย็น

อายุการใช้งานค่อนข้างยาวนาน หากเปิดตลอดเวลา ก็ไม่ได้ทำให้เสียง่ายแต่อย่างใด อายุการใช้งานเฉลี่ย 3 – 5 ปี มี BTU ให้เลือก และมี BTU ขนาดใหญ่แบบแอร์บ้านด้วย  แต่ BTU สูงสุดในประเทศไทยจะไม่เกิน 12000 BTU ซึ่งเหมาะกับห้องที่ไม่ใหญ่มากนัก ตั้งเวลาเปิด-ปิดได้ มีจอแสดงผลแบบดิจิตอล ปรับอุณหภูมิได้ มีฟังก์ชั่นการทำงานคล้ายแอร์ติดผนังทั่วไป

ในส่วนของข้อดีของแอร์เคลื่อนที่ แอร์เคลื่อนที่มีข้อได้เปรียบกว่าแอร์แบบติดผนังทั่วไป ในเรื่องของความง่ายในการติดตั้ง และโยกย้าย การติดตั้งแค่วางกับพื้น ไม่ต้องเจาะกำแพงเพื่อติดตั้งให้ยุ่งยาก สามารถเสียบปลั๊กแล้วใช้งานได้เลย (อาจต้องหาตำแหน่งวางท่อลมระบายความร้อน และท่อน้ำทิ้งไว้ด้วย) สามารถเคลื่อนย้ายได้ น้ำหนักเบา ขนส่งสะดวก ดูแลรักษาง่าย เพราะมีขนาดเล็ก สกปรกยาก ทีนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลา ไปดูกันดีกว่าว่ามีรุ่นอะไรบ้างที่น่าสนใจ

ราคาถูก ราคาดี กับ Media มีขนาดถึง 9,000 BTU พร้อมได้รับการออกแบบมาให้มีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา รวมถึงติดตั้ง ใช้งาน และเคลื่อนย้ายได้ง่าย ๆ เหมาะสำหรับการย้ายมุมห้องบ่อย ๆ คุณสามารถตั้งค่าเวลาเปิด-ปิดได้เอง ทั้งยังมีจอแสดงผลแบบดิจิตอลที่มองเห็นผลชัดเจน มาพร้อมรีโมทคอนโทลที่ควบคุมได้ในระยะไกล สามารถปรับอุณหภูมิได้และโหมดการทำงานเหมือนแอร์ติดผนัง หากไม่มีการปล่อยน้ำจากท่อน้ำทิ้ง ระบบจะตัดการทำงานทันที ดังนั้นจึงช่วยให้คุณสะดวกในการเคลื่อนย้ายเป็นอย่างมาก แอร์เคลื่อนที่ตัวนี้มีระบบกรองอากาศในตัว จึงเหมาะสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้อากาศหรือแพ้ฝุ่น

ถ้าจะอัพราคาและคุณภาพฟังก์ชั่นขึ้นมาอักระดับนึง ก็จะขอแนะนำ แอร์เคลื่อนที่ jpx ขนาด 12,000 BTU ประหยัดไฟมากขึ้น และ ทำงานด้วยเสียงที่เบาลงลมแรงถึง 6 เมตร ทำอุณหภูมิต่ำสุด 17 องศา และไม่ต้องระบายน้ำทิ้ง เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับราคาหมื่นกว่าบาทแน่นอน!

Categories
Uncategorized

แอร์เคลื่อนที่ ตัวช่วยการตกแต่งบ้านในยุคใหม่

อีกหนึ่งตัวเลือกช่วยดับร้อนในบ้าน คอนโดมิเนียม ห้องพัก ห้องเช่าของเราตอนนี้ก็คือ “ แอร์เคลื่อนที่ ” ซึ่งเป็นทางเลือกรองลงมาจากการใช้เครื่องปรับอากาศที่มีราคาค่อนข้างสูง และกินค่าไฟ ซึ่งปัจจุบันมีหลายแบบ หลายสไตล์ให้เลือก เนื่องจากผู้ผลิตได้เล็งเห็นถึงตลาดตรงนี้ ทำให้เมื่อมีสไตล์ที่หลากหลาย การตกแต่งบ้านหรือห้องจึงมีทางเลือกที่เพิ่งขึ้นไปด้วย ทั้งนี้ พอคิดว่าจะเลือกซื้อแอร์เคลื่อนที่ก็มีคำถามต่างๆ ตามมามากมายไม่ว่าจะเป็น แอร์เคลื่อนที่ คืออะไร แล้วแอร์เคลื่อนที่ดีไม่ดีอย่างไร

อันดับแรกเราต้องรู้จักกันก่อนว่า เจ้าแอร์นี้ คืออะไร ? แอร์เคลื่อนที่ คือเครื่องปรับอากาศชนิดหนึ่งที่มีจุดหมายการใช้งานแบบเดียวกับแอร์บ้านทั่วไป แต่มีความพิเศษตรงที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และไม่ต้องติดตั้งเข้ากับตัวบ้าน ใช้งานโดยการเสียบปลั๊กไฟ แต่เนื่องจากแอร์เคลื่อนที่มีวัตถุประสงค์การใช้งานต่างกับแอร์บ้าน ขนาด BTU จึงค่อนข้างต่ำกว่า เพราะไม่มีคอมเพรสเซอร์แยกด้านนอกเพื่อระบายความร้อนเหมือนแอร์บ้านทั่วไป นอกจากนั้นเครื่องยังมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ง่ายต่อการขนย้าย แต่เนื่องจากแอร์เคลื่อนที่ถูกตัดฟังก์ชั่นต่างๆ ออกไปมากพอสมควร หลายคนที่ไม่มั่นใจในการเลือกซื้อ จึงควรคิดว่าเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองหรือเปล่า

  • ข้อดีของแอร์เคลื่อนที่

แอร์เคลื่อนที่มีข้อได้เปรียบกว่าแอร์ทั่วไปในเรื่องการติดตั้งและโยกย้ายที่สะดวก เพราะการติดตั้งแค่วางกับพื้น ไม่ต้องเจาะกำแพงเพื่อติดตั้งให้ยุ่งยาก สามารถเสียบปลั๊กแล้วใช้งานได้เลย (อาจต้องหาตำแหน่งวางท่อลมระบายความร้อน และท่อน้ำทิ้งไว้ด้วย) สามารถเคลื่อนย้ายได้ น้ำหนักเบา ขนส่งสะดวก ดูแลรักษาง่าย เพราะมีขนาดเล็ก สกปรกยาก

  • ข้อเสียของแอร์เคลื่อนที่

แอร์เคลื่อนที่มีข้อเสียเรื่องประสิทธิภาพ แต่หากเราใช้อย่างถูกจุดหมายอาจไม่ต้องคำนึงถึงข้อเสียเหล่านี้ แอร์เคลื่อนที่จัดเป็นแอร์ขนาดเล็ก จึงไม่เหมาะจะเปิดในห้องกว้าง ๆ เพราะจะทำได้แค่เย็นเฉพาะที่ลมแอร์เป่า และทำให้แอร์ทำงานหนัก มีขนาด BTU ที่ต่ำกว่าแอร์บ้าน (วางขายประมาณ 6000 – 12000 BTU) จึงทำความเย็นได้น้อยกว่าแอร์บ้าน อัตราการกินไฟเกือบเทียบเท่าแอร์บ้านในขนาด BTU เท่าๆ กัน จำเป็นต้องยื่นท่อลมร้อนเป่าออกนอกห้องเพื่อระบายความร้อน

มา! ถึงเวลาแนะนำรุ่นที่น่าใช้กันดีกว่า!! โดยทั่วไปแล้ว เรื่องราคาของแอร์เคลื่อนที่นั้น มีความแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับ BTU และฟังก์ชันที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ 9,000-20,000 BTU โดยเฉลี่ยแอร์เคลื่อนที่ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 7,500-20,000 บาทขึ้นไป

รุ่นแรก กับกำลัง 9,000 BTU จาก Aconatic เหมาะสำหรับห้องขนาด 15 ตารางเมตร ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 18-30 องศาเซลเซียส มีหน้าจอ LED บอกข้อมูลและรีโมตควบคุม ทำงานระบบไฮบริด ใช้มอเตอร์พัดลมตัวเดียว ช่วยให้ประหยัดไฟ กระจายความเย็นแบบสวิง ช่วยให้อากาศเย็นสบายทั่วห้อง เคลื่อนย้ายสะดวก ปรับได้หลายโหมด ระเหยน้ำได้ ระบายความร้อนดี มีฟังก์ชันลดความชื้นในอากาศ แผ่นกรองถอดทำความสะอาดสะดวก กว้าง 33  เซนติเมตร ยาว 43.3 เซนติเมตร สูง 79.5 เซนติเมตร ราคาประมาณ 9,900 บาท

Central Air CTP-CB 12 ขนาด 12,000 BTU ระหยัดไฟ เคลื่อนย้ายสะดวก รูปทรงทันสมัย ใช้งานได้ทันที ติดตั้งง่าย มีหน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอลและรีโมตคอนโทรล มาพร้อมระบบออโต้สวิง กระจายความเย็น 4 ทิศทาง กระจายลมเย็นไกล 3 เมตร มีแผ่นฟิลเตอร์กรองฝุ่น ท่อระบายลมร้อนหลังเครื่อง ระบบระเหยน้ำทิ้งอัตโนมัติ โปรแกรมลดความชื้น โปรแกรมป้องกันคอมเพรสเซอร์เสียหาย และฟังก์ชันตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ แรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์ กำลังไฟฟ้า 1,350 วัตต์ น้ำหนัก 40 กิโลกรัม กว้าง 36.5 เซนติเมตร ยาว 56.8 เซนติเมตร สูง 77.5 เซนติเมตร

AJ PA 150 ขนาด 15,000 BTU มาพร้อมกับระบบมอเตอร์พลังเทอร์โบ ช่วยให้ลมแรงและกระจายทั่วถึง ลดอุณหภูมิต่ำสุดได้ 16 องศาเซลเซียส ความแรงลม 3 ระดับ ทำความเย็น 4 ระดับ มีโหมดสวิงทิศทางลม ช่วยปรับระดับพร้อมกระจายลมอัตโนมัติ มีโหมดทำงานกลางคืนสำหรับตอนนอน ติดตั้งง่าย ใช้งานไม่ยาก มีล้อเคลื่อนย้ายสะดวก มีจอควบคุมและแสดงผล LED ช่วยวิเคราะห์และป้องกันความผิดปกติของเครื่อง ตัวเครื่องมีชุดทำความเย็นและระบายความร้อนในตัว แรงดันไฟฟ้า 220-240 โวลต์ กำลังไฟฟ้า 1,600 วัตต์ น้ำหนัก 33 กิโลกรัม กว้าง 48 เซนติเมตร ยาว 40 เซนติเมตร สูง 79.5 เซนติเมตร 

Categories
Uncategorized

9.9 Shop Online ในยุคที่ใครๆ ก็ต้องเรียกร้อง

เพื่อเตรียมตัวรับเทศกาล 9.9 Shop Online ต้องบอกก่อนเลยว่า ในยุคนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เว็บไซต์ซื้อของออนไลน์ ที่ปัจจุบันถูกพัฒนาให้สามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคกันอย่างมากมายหลายเว็บไซต์ นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อแล้ว เว็บไซต์ขายของออนไลน์ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ร้านค้าในหลาย ๆ แง่มุม อย่างการเข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่า แคมเปญต่างๆ ที่สนับสนุนในการขาย อย่างเช่น 9.9 Shop Online ทุบราคาสินค้าในวันต่างๆ  และการที่ไม่ต้องมีหน้าร้านก็สามารถขายสินค้ากันได้ เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีที่ Winwin กันทั้งสองฝ่าย 

9.9 Shop Online

ด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค และโอกาสที่มากกว่าในการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ทำให้ในประเทศไทยเองมี เว็บซื้อของออนไลน์ อยู่ไม่น้อยเลย เช่น เพาเวอร์บาย ช้อปปี้ ลาซาด้า lnwshop (เว็บไซต์ซื้อของออนไลน์ lnwshop หรือ เทพช้อป แพลทฟอร์มซื้อสินค้าออนไลน์สัญชาติไทยที่เป็นที่ถูกใจพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลาย ๆ คน เพราะผู้ขายสามารถสมัครสมาชิก และเข้าสู่ขั้นตอน เปิดร้านค้าฟรีได้เลย และเมื่อดำเนินการเสร็จคุณก็จะมีเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ที่เป็นของตัวเองได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ มาพร้อมระบบบริหารการขายของออนไลน์ที่ครบวงจร) และอีกมากมายที่ทยอยออกมา

  • ราคาดีกว่า ร้านค้าออนไลน์ส่วนมากจะขายของในราคาที่ถูกกว่าไปซื้อตามห้าง เนื่องจากแม่ค้าพ่อค้าทราบดีว่าคนมาเลือกซื้อของออนไลน์เพราะต้องการสินค้าที่ราคาถูกกว่า ดังนั้น แต่ละร้านจึงเลือกที่จะตั้งราคาให้ถูกลง ซึ่งอาจจะทำกำไรน้อยหน่อย แต่ก็สามารถดึงดูดลูกค้าให้มาช้อปปิ้งออนไลน์ได้เยอะกว่า
  • ความสะดวกสบาย แน่นอนว่าการซื้อของออนไลน์นั้นสะดวกสบายกว่าไปหาซื้อตามห้างแน่นอน นอกจากราคาจะดีกว่าแล้วเพื่อน ๆ สามารถค้นหาสินค้าได้อย่างง่ายดายและประหยัดเวลา เพราะถ้าไปเดินตามห้างเพื่อเปรียบเทียบราคาของแต่ละอย่าง คงหมดเวลาเป็นวัน ๆ เลยนะ
  • พอซื้อของออนไลน์ได้ เพื่อน ๆ ก็ไม่ต้องเสียเวลาขับรถออกไปเดินห้าง แค่มีอินเตอร์เน็ตที่บ้านก็ช้อปปิ้งออนไลน์ได้แล้ว อีกอย่าง ก็ไม่ต้องมาคอยลุ้นว่าร้านจะเปิดหรือปิดกี่โมง เพราะสามารถซื้อของออนไลน์ได้ตลอดเวลาไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อน ๆ ที่ทำงานเป็นกะและไม่ค่อยมีเวลาไปเดินห้าง หรือเป็นคนที่มีช่วงเวลาทำงานไม่เหมือนคนอื่นเค้า
  • ความหลากหลาย ร้านค้าทั่วไปมักมีสินค้าจำนวนจำกัด และบางร้านอาจมีนโยบายที่แตกต่างกันไป จึงไม่สามารถนำสินค้าออกมาขายได้ทุกรุ่น สินค้าบางรุ่นอาจมีขายบนเว็บไซต์สำหรับลูกค้าช้อปปิ้งออนไลน์อย่างเดียวก็มีนะ ทำให้การซื้อของออนไลน์ง่ายสุด ๆ เพราะเพื่อน ๆ สามารถซื้อของหลากหลายประเภทได้ในเวลาเดียวกัน อย่างเช่น อยากซื้อโทรศัพท์มือมือพร้อมผ้าเช็ดตัวก็ทำได้ ไม่ต้องขยับตัวไปเดินหลายร้านเลย
  • ไม่ค่อยมีสิ่งมีหลอกล่อ ปกติเวลาเราไปเดินหาซื้อของตามห้าง มักจะไปเจอพวกโปรโมชั่นต่าง ๆ หรือพนักงานอาจเชิญชวนให้เราซื้อของบางที่เราอาจจะไม่อยากได้ เพราะร้านค้ามักเลือกแสดงสินค้าที่คนนิยมไว้ด้านหลังร้าน เพื่อให้เราเดินผ่านและชมสินค้าตัวอื่นก่อน หรือบางครั้งเราก็ตกเป็นเหยื่อการตลาดและซื้อของอย่างอื่นพ่วงไปด้วย เพราะโปรลดแลกแจกแถมมันดีต่อใจเหลือเกิน (แต่กลับมาบ้านจะเกลียดตัวเองที่ซื้อมา) แต่ปัญหานี้จะหมดไป เมื่อเพื่อน ๆ ซื้อของออนไลน์ก็จะไม่เจออะไรแบบนี้ และจะไม่รู้สึกกดดันให้ซื้อสินค้าตัวอื่นจากพนักงานที่เดินตามเราในร้านด้วย
  • มีความเป็นส่วนตัว คงมีบ้างที่เพื่อน ๆ รู้สึกเขินอายเวลาต้องไปซื้อสินค้าบางอย่าง เช่น ชุดชั้นใน เพราะกลัวคนจะมองใช่มั้ย การเลือกซื้อของออนไลน์เนี่ย ช่วยให้เรามีความเป็นส่วนตัวในการจับจ่ายซื้อของได้มากขึ้น เพราะไม่มีใครมามองว่าเรากำลังซื้ออะไรอยู่ ทำให้เราสบายใจที่จะเลือกของหรือหาข้อมูลมากขึ้น อีกอย่าง ใบเสร็จรับเงินก็มักจะไม่ค่อยระบุว่าเพื่อน ๆ กำลังซื้อของอะไรอยู่ด้วย แต่อย่าไปซื้ออะไรที่สุ่มเสี่ยงเข้านะขอเตือนไว้ก่อนเลย

เมื่อเห็นข้อดีต่างๆ แล้ว เราก็อาจจะสรุปได้ว่า เว็บไซต์ซื้อของออนไลน์ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมี เว็บไซต์ซื้อของออนไลน์ทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาให้บริการผู้บริโภคกันในส่วนนี้ เพราะอยู่ในเทรนด์ และมีการเติบโตเร็วอย่างก้าวกระโดด ซึ่งก็ถือเป็นผลดีต่อผู้บริโภคอย่างเราที่มีโอกาสและทางเลือกมากขึ้น

Categories
Uncategorized

ตกแต่งบ้านด้วย หัวเว่ย AI ไม่ไกลเกินฝัน!

หัวเว่ย ได้เปิดศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จังหวัดซูโจว มณฑลเจียงซูในภาคตะวันออกของจีน ศูนย์วิจัยแห่งใหม่นี้จะมุ่งเน้นการทดสอบการนำ AI ไปใช้เพื่อสร้างสมาร์ทชิตี้และพัฒนาอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

หัวเว่ย

เครือข่าย 5G เป็นเครือข่ายที่มีแบนด์วิดท์สูง ค่าความหน่วงเวลาต่ำ (Low latency) และพร้อมรองรับงานวิจัยและพัฒนา AI  มร. เหริน กล่าวโดยเปรียบเทียบว่า 5G เป็นดั่งไขควงและ AI ก็เป็นรถยนต์ แล้วกล่าวว่า “ไขควงนั้นมีไว้ใช้ประกอบรถยนต์ แต่มันก็ไม่ใช่รถยนต์” ตอนนี้เราได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการพัฒนาเทคโนโลยี AI แล้ว ในอีก 10 ถึง 15 ปีข้างหน้า AI จะมีความฉลาดในระดับเท่าๆ กับความฉลาดของมนุษย์ โดยเฉลี่ย และในอีก 2-3 ปี การใช้ AI จะมีความแพร่หลายมากขึ้น

ซึ่งทาง หัวเว่ย กล่าวไว้ว่าในอีกไปกี่ปีข้างหน้า หัวเว่ยจะสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถมาเข้าร่วมทีมวิจัยและพัฒนาให้มากขึ้น โดยทีมดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเคย ยกตัวอย่างเช่น หัวเว่ยให้เงินรางวัลมูลค่า 229,800 ดอลลาร์สหรัฐ แก่นักศึกษาระดับปริญญาตรี 3 คน ที่ชนะการแข่งขัน ASC Student Supercomputer Challenge ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และยังให้ค่าจ้างรายปีมูลค่าถึง 2 ล้านหยวน หรือประมาณ 290,000 ดอลลาร์สหรัฐ แก่ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาเอกและพนักงานผู้เชี่ยวชาญรวม 8 คน ทั้งจากประเทศจีนและต่างประเทศ

นอกจากการหาคนเก่งๆ มาร่วมทีมแล้ว หัวเว่ยยังจะเพิ่มเงินเดือนให้แก่ทีมนักวิทยาศาสตร์จำนวน ปัจจุบัน หัวเว่ยมีพนักงานเป็นนักคณิตศาสตร์มากกว่า 700 คน นักฟิสิกส์ 800 คน และนักเคมี 120 คน นอกจากนี้ยังมีทีมนักวิจัยมากประสบการณ์อีก 15,000 คนอีกด้วย

เราลองมาดูนวัตกรรมแรกๆ ที่ออกมาก็น่าสนใจแล้วอย่าง พัดลมกันดีกว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว นอกเหนือจากสมาร์ทโฟนแล้ว ดูเหมือนว่า แบรนด์ Huawei จะเริ่มออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแล้วเช่นกัน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ Huawei ได้เปิดตัวเครื่องดูดฝุ่นไร้สายไปแล้ว ล่าสุด Honor แบรนด์ลูกของ Huawei เปิดตัวพัดลม Natural Wind Fan ที่สามารถควบคุมการทำงานผ่านทางสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

ดูเหมือนว่า ทาง Xiaomi จะเจอคู่แข่งสัญชาติเดียวกันออกผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามาตีตลาดคู่กันเสียแล้ว เมื่อ Honor แบรนด์ลูกของ Huawei เปิดตัวพัดลม Natural Wind Fan ที่มีองศาในการส่ายซ้ายและขวากว้างถึง 120 องศา ซึ่งมากกว่าพัดลมทั่ว ๆ ไป และสามารถปรับเงยได้สูงสุด 90 องศา อีกทั้งยังมีใบพัดมากถึง 9 ใบ ซึ่งให้ลมที่แรง แต่เงียบ เนื่องจากใช้มอเตอร์ Minebea DC จากประเทศญี่ปุ่น ที่นอกจากจะประหยัดพลังงานแล้ว ยังให้เสียงที่เงียบในระดับเพียง 22.2 เดซิเบลเท่านั้น

นอกจากนี้ พัดลม Honor Natural Wind Fan ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ผ่านแอปฯ Huawei HiLink ควบคุมการเปิด-ปิด, เพิ่มลดความแรงของลม และสามารถสั่งการด้วยเสียงได้ด้วยเช่นกัน

สรุปได้ว่า หัวเว่ยคอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป มุ่งสร้างวิถีชีวิตอัจฉริยะ ด้วยแนวคิด “ชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ” หรือ “Seamless AI Life” ต่อยอดจากการเป็นผู้ส่งมอบสมาร์ทโฟนแถวหน้าของตลาด ด้วยการเพิ่มเติมสมาร์ทดีไวซ์และอุปกรณ์เทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ เข้าสู่ตลาด เพื่อบูรณาการการใช้งาน ผ่านการเชื่อมต่อ แบ่งปันคอนเทนต์และเสริมศักยภาพของแต่ละอุปกรณ์ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมนำร่องด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่ตอบสนองเทรนด์ความต้องการแห่งอนาคต

Categories
Uncategorized

การตลาดที่ต้องทำ แคมเปญ 9.9

คงปฏิเสธไม่ได้ใช่มั้ยว่าลูกค้าส่วนใหญ่ชอบสินค้าที่จัดรายการโปรโมชั่น ไม่ว่าจะเป็น ลด แลก แจก แถม ผู้ขายส่วนใหญ่จึงพยายามจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย และดึงดูดความสนใจลูกค้าใหม่ๆ ตลอดเวลา โปรโมชั่นมีหลากหลายรูปแบบ เราลองมารู้จักกับโปรโมชั่นรูปแบบอื่นๆ แล้วลองจัดโปรโมชั่นที่หลากหลายเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ และกระตุ้นยอดขายให้พุ่งกระฉูดดดด! เช่นเดียวกันกับเพาเวอร์บายที่จะต้องมี แคมเปญ 9.9 เพื่อกระตุ้นยอดขาย

แคมเปญ 9.9

อย่างไรก็ตาม เราต้องคำนึงถึงการตลาดในทุกๆ การขายอยู่ เพราะการตลาดแทรกซึมอยู่ในทุกๆ สินค้าที่เราต้องการจะขาย เช่น อย่างการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ผู้บริโภคกว่า 90% ต้องการความมั่นใจว่าสินค้าที่ค้าที่เขาจะซื้อนั้นจะมีคุณภาพ และจะไม่โดนแม่ค้าโกงเงินของพวกเขาไป ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเลือกซื้อสินค้าจากเพจที่มีความน่าเชื่อถือ โดยดูจากยอด Like Share Comment รีวิว และอีกอย่างที่จะช่วยการันตีได้ก็คือ เว็บไซต์ของแบรนด์

ทั้งนี้ยังต้องดูถึงคู่แข่งของคุณด้วย ว่าเขามีเว็บไซต์ หรือสิ่งใดที่ทำให้ดูน่าเชื่อหรือการตลาดที่น่าสนใจหรือไม่ มันเป็นแน่นอนอยู่แล้ว ว่าการทำธุรกิจย่อมมีการแข่งขันกันอยู่เสมอ คู่แข่งที่ขายสินค้าแบบเดียวกับคุณก็พยายามแย่งลูกค้าไปจากคุณทุกวิถีทาง หากคู่แข่งของคุณมีเว็บไซต์ ภาพลักษณ์ที่ดี และมีความน่าเชื่อถือ ลูกค้าเหล่านี้ก็จะหันไปเลือกซื้อสินค้าของคู่แข่ง มากกว่าของคุณ

ต่อไปเราไปดูการทำโปรโมชั่นที่น่าสนใจกันบ้างดีกว่า ที่เรียกร้องความสนใจจากลูกค้าได้อย่างแน่นอน แคมเปญ 9.9 นี้แอบลองเอาไปใช้กันดูสิ!

เริ่มจากอะไรที่ง่ายๆ อย่าง โปรโมชั่นลดราคา เทคนิคนี้ง่ายๆ ตรงตัวเลย คือ ลดราคาสินค้า ไม่ว่าจะเป็นลดราคาเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือลดราคาเป็นบาท เช่น ลด 10% หรือ ลดราคา 100 บาท โปรโมชั่นรูปแบบนี้เป็นโปรโมชั่นทั่วๆ ไปที่ใช้ในท้องตลาด ทำได้เรื่อยๆ แต่อาจจะไม่สร้างความตื่นเต้นมากนัก ถ้าทำเป็นประจำ หรือส่วนลดไม่มากพอ

โปรโมชั่นของแถม (Premium) เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ผู้ขายส่วนใหญ่นิยมใช้กัน ของแถมอาจจะเป็นสินค้าตัวมันเอง สินค้าอื่น หรือเป็นของแถมอื่นๆ ก็ได้ เช่น ถุง แก้ว กระเป๋า กล่อง ฯลฯ สำหรับโปรโมชั่นนี้อย่าลืมเลือกของแถมให้โดนใจลูกค้านะ จะมีโอกาสเพิ่มยอดขายให้กระฉูดได้ง่ายๆ เลย

.โปรโมชั่นยิ่งซื้อมาก ยิ่งประหยัดมาก (Buy more save more) เทคนิคนี้ช่วยจะให้ลูกค้าเพิ่มปริมาณการซื้อ เช่น ซื้อ 2 ชิ้นลด 50 บาท, ซื้อ 3 กล่องประหยัดทันที 100 บาท แนะนำว่าถ้าสินค้าจัดรายการโปรโมชั่น มีหลายกลิ่น หลายสูตร หลายรส ควรจัดรายการให้ซื้อคละกันได้ด้วย ลูกค้าเห็นโปรโมชั่นแบบนี้ต้องอยากซื้อมากกว่า 1 ชิ้นแน่นอน

โปรโมชั่นแจกสินค้าตัวอย่าง (Sampling) เทคนิคนี้เหมาะสำหรับสินค้าใหม่ มักเป็นสินค้าขนาดทดลอง เราสามารถแถมสินค้าตัวอย่างไปกับสินค้าเดิมที่ลูกค้าซื้อ หรือออกไปแจกสินค้าตัวอย่างตามสถานที่ที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย หรือถ้าเป็นร้านค้าออนไลน์ก็แนบไปในกล่องที่เราจัดส่งออเดอร์ปกติได้เลย ที่สำคัญ!! อย่าลืมเขียนแนะนำสินค้าใหม่ด้วยนะ ว่าสินค้าคืออะไร ใช้อย่างไร ไม่งั้นลูกค้างงแน่ๆ

.โปรโมชั่นสร้างโปรแกรมสำหรับลูกค้าประจำ (Loyalty Program) เทคนิคนี้เหมาะมากถ้าอยากให้ลูกค้าขาจรกลายเป็นลูกค้าประจำ กลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการบ่อยๆ เพียงแค่เราสร้างระบบสมาชิก หรือโปรแกรมสะสมแต้มรับส่วนลด แลกของรางวัล แค่นี้ก็ตอบโจทย์แล้ว

.โปรโมชั่นคูปอง (Coupon) โปรโมชั่นคูปองส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบคูปองส่วนลด อาจจะส่วนลดเปอร์เซ็นต์หรือเงินสดก็ได้ ตัวอย่างเช่น คูปองส่วนลดเงินสดของเทสโก้โลตัสที่แนบมากับโบว์ชัวร์ คูปองส่วนลดเปอร์เซ็นต์ของเซ็นทรัล สำหรับโปรโมชั่นรูปแบบนี้อย่าลืมกำหนดระยะเวลาการใช้คูปองด้วยนะ ลูกค้าจะได้ตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น วิธีการแจกคูปอง อาจจะแนบไปกับโบว์ชัวร์ของร้าน ถ้าเป็นร้านค้าออนไลน์ก็ใช้เป็น E-coupon ได้เลย

โปรโมชั่นเพิ่มปริมาณแต่ไม่เพิ่มราคา (Bonus Pack) เป็นรูปแบบที่เหมาะกับผู้ขายซึ่งเป็นผู้ผลิต หลักการง่ายๆ คือ เพิ่มปริมาณสินค้าแต่ยังคงราคาเดิม เช่น ซีเรียลเพิ่มปริมาณ 50% แต่ราคาเท่าเดิม เทคนิคนี้จะเหมาะกับสินค้าที่มีคู่แข่งใกล้เคียงกัน เมื่อลูกค้าเห็นสินค้าของเราปริมาณมากกว่าแต่ราคาเท่ากัน ลูกค้าก็จะตัดสินใจซื้อสินค้าของเราได้ง่ายขึ้น