Categories
Uncategorized

เครื่องชงกาแฟแบบมอคคาพอต

หากการดื่มกาแฟ เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตคุณ ซึ่งคุณขาดไม่ได้ การชงกาแฟให้อร่อย และทำให้คุณพึงพอใจทุกครั้งที่ได้ดื่มมัน คงเป็นเรื่องที่ละเลยไปไม่ได้เช่นกัน บนโลกใบนี้ มีวิธีการชงกาแฟที่หลากหลาย มีสไตล์ในการชงกาแฟที่ต่างกันไปแต่ละประเทศ แต่ในที่นี้ เราจะพูดถึง รสชาติกาแฟขมของแท้ ที่หลายคนอาจไม่ชอบมันเอาซะเลย หรืออีกหลายคนกลับชื่นชมกาแฟรสขมปี๋ เพราะมันช่วยให้ถึงใจ ปลุกสมองคุณให้ตื่นตัวได้ทันที ซึ่งโดยปกติแล้ว เราสามารถเลือกวิธีการทำกาแฟ เครื่องชงกาแฟ ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่เราชอบได้ อันประกอบด้วย

เครื่องชงกาแฟ

Espresso Machine เครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ ได้รับความนิยมพอสมควร ด้วยกระบวนการกลั่นโดยที่ใช้น้ำน้อยที่สุดจึงทำให้ได้กาแฟที่เข้มข้น และมีกลิ่นหอมมากๆ แต่ด้วยราคาและขนาดของเครื่องชงแบบเอสเปรสโซจึงถูกใช้งานมากในร้านกาแฟ คาเฟ่ต่างๆ มากกว่าการใช้ที่บ้าน

French Press เครื่องชงกาแฟแบบเฟรนซ์เพรส เป็นการชงกาแฟแบบฝรั่งเศษ ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยฝรั่งเศษ มีลักษณะเป็นแบบลูกสูบ หลักการทำงานคือจะมีส่วนของปากกาที่เอาไว้รินน้ำกาแฟ ใส่ผงกาแฟลงไปในกระบอกที่เรียกว่า Plunger แล้วเทน้ำร้อนให้ท่วมผงกาแฟ รอจนผงกาแฟชุ่มน้ำ แล้วกดลูกสูบเพื่อให้ได้น้ำกาแฟไหลออกมา

Drip Coffee เครื่องชงกาแฟแบบดริป หรือเครื่องชงกาแฟแบบหยด ได้รับความนิยมเนื่องจากใช้งานง่าย ราคาถูก โดยใช้น้ำร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส รินรดบนผงกาแฟ ไหลผ่านกระดาษกรอง และรอให้น้ำกาแฟหยดลงมา กาแฟที่ได้จะมีรสชาติกลางๆ ไม่เข้มมาก

Moka pot เครื่องชงกาแฟแบบมอคคาพอต มีการทำงานคล้ายๆ กับเครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ ทำงานโดยต้มน้ำกลั่นไอผ่านผงกาแฟ ช่วยให้น้ำกาแฟที่ได้มีความเข้มข้น ไม่ต่างจากเครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ่เท่าไหร่

กล่าวคือ Moka Pot ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใช้ง่ายที่สุดในการชงกาแฟ ซึ่งเป็นที่นิยมมากในประเทศอิตาลี เพราะคนที่นั่นส่วนใหญ่ชอบกาแฟรสขม สนองคอคนรักเอสเปรสโซ่โดยเฉพาะ สำหรับอุปกรณ์ Moka Pot ได้รับสิทธิบัตรอุปกรณ์ เมื่อปี 1993 ซึ่งเริ่มต้นมาจากนักประดิษฐ์ชื่อ Alfonso Bialetti เป็นผู้คิดค้น โดยปัจจุบันมีบริษัท Bialetti อยู่ และยังคงผลิตอุปกรณ์ กาชงกาแฟ ออกมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง อุปกรณ์ส่วนใหญ่ทำจากอลูมิเนียม และบางรุ่นก็ทำมาจากสแตนเลส วิธีการชงทั่วไป

หากใช้น้ำที่มีอุณหภูมิสูงมาก อุปกรณ์จะสกัดความขมของกาแฟมามากเกินไป ทำให้ไม่ถูกใจคนที่ชอบรสขมเท่าไหร่ หากต้องการทำให้รสชาติดียิ่งขึ้น ควรใช้เมล็ดกาแฟเอสเปรสโซ่คั่วอ่อน และควรหลีกเลี่ยงเมล็ดกาแฟคั่วเข้ม ซึ่งเราจะแนะนำวิธีการชงกาแฟแบบ Moka Pot ให้อร่อย ดึงคอกาแฟให้หันกลับมาหลงรักการชงกาแฟรสขมสไตล์อิตาลีนี้อีกครั้ง

Percolator เครื่องชงกาแฟแบบเพอร์โคเลเตอร์ เป็นเครื่องชงแบบหม้อต้มลักษณะคล้ายกาน้ำร้อน ใช้งานง่าย เครื่องจะต้มน้ำจนเดือด จากนั้นจะปล่อยให้น้ำไหลไปตามท่อปั๊มผ่านตะกร้าที่ใส่ผงกาแฟ เพื่อให้ได้น้ำกาแฟหยดลงสู่เหยือก มีราคาสูง นิยมใช้ตามโรงแรม หรือร้านอาหาร

Syphon เครื่องชงกาแฟ แบบสุญญากาศ เป็นแก้วใสมองเห็นกระบวนการต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ใช้ความดันไอน้ำ ส่วนบนจะมีฟิลเตอร์สำหรับใส่กากกาแฟคั่วบดละเอียด วิธีการต้มต้องจุดด้วยตะเกียงแอลกอฮอล์ พอน้ำเดือดไอน้ำจะลอยขึ้นไปโดนตัวฟิลเตอร์ เมื่อดับตะเกียง ระบบจะทำการกรองน้ำกาแฟให้ไหลลงมาด้านล่าง

Categories
Uncategorized

เลือก เครื่องชงกาแฟ ยังไงให้ขายดี!!

“จะเปิดร้านกาแฟต้องเลือก เครื่องชงกาแฟ ยังไงให้ขายดี!!” เชื่อว่าหลายคนที่กำลังมีแนวคิดเปิดร้านกาแฟคงตั้งคำถามที่ว่านี้อยู่ในใจไม่น้อย ซึ่งการเลือก เครื่องชงกาแฟ ควรดูหลายปัจจัยมากทั้งข้อดีข้อเสีย ความเหมาะสมกับการนำมาใช้งาน รวมไปถึงราคาของเครื่อง และสำหรับใครที่ต้องการหาคำตอบเพื่อที่จะได้รีบไปซื้อมาใช้งาน ลองอ่านบทความนี้กันดู เผื่อจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น!

เครื่องชงกาแฟ

 1. Espresso Coffee Machine เครื่องชงกาแฟประเภทเอสเปรสโซ จัดว่าเป็นเครื่องที่ได้รับความนิยมที่สุดในบรรดาผู้ประกอบการร้านกาแฟใช้กัน ซึ่งจะใช้น้ำร้อนชงกาแฟออกมาด้วยแรงดันไอน้ำในหม้อต้ม ข้อดีคือเป็นเครื่องที่สามารถผลิตกาแฟได้มากและใช้เวลาน้อย สั่งปุ๊บได้ปั๊บ เครื่องส่วนใหญ่จะมีแก้ววัดปริมาณกาแฟมาให้ด้วย ข้อเสียคือต้องทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งานเนื่องจากกาแฟหยดลงมาใส่พื้นเครื่อง และพอชงเสร็จก็ต้องรีบเสิร์ฟเพื่อไม่ให้กาแฟเย็นชืด เหมาะกับร้านที่อยากให้ลูกค้าได้รับความเข้มข้นของกาแฟ รวมทั้งกลิ่นละมุนจากเมล็ดกันแบบแท้ ๆ สด ๆ แน่นอนว่าต้องร้านกาแฟขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ (ใช้ที่บ้านก็ได้ด้วยนะ)

2. Capsule Coffee Machine เครื่องชงกาแฟประเภทแคปซูล  เป็นเครื่องที่ชงกาแฟง่ายมาก แค่หยิบกาแฟแคปซูลที่ออกแบบมาโดยเฉพาะใส่ในเครื่องแล้วกดปุ่มทำงานก็ได้กาแฟมาดื่มกันแล้ว ข้อดีคือ สามารถจุน้ำร้อนตามปริมาณเหมาะสม มีการรองรับรสชาติแคปซูลได้หลากหลาย สะดวกรวดเร็วในการชง รสชาติคงที่ เหมาะสำหรับคนที่ดื่มรสเดิม ๆ เป็นประจำ ข้อเสียคือ รสชาติกับกลิ่นของกาแฟก็จะไม่ค่อยเข้มและหอมละมุนเท่าไรนัก หลังนำกาแฟไปเสิร์ฟแล้วอาจมีน้ำกาแฟหยดจากเครื่องต้องทำความสะอาดบ่อยครั้ง

3. Drip เครื่องชงกาแฟประเภทกรอง จะเป็นการชงโดยใช้น้ำร้อนเทลงไปบนกาแฟบดซึ่งมีกระดาษกรองรองอยู่บนแก้วกาแฟอีกที ข้อดีคือสามารถชงได้หลายแก้ว (สูงสุด 15 แก้ว) ซึ่งไม่ต้องมาคอยเปิดดูน้ำในเครื่องบ่อยเพราะจะมีช่องบอกปริมาณน้ำที่เหลือไว้นอกเครื่องเลย บางรุ่นสามารถอุ่นกาแฟได้ในระยะเวลาไม่นาน ทำให้สามารถชงรอลูกค้าไว้เผื่อในกรณีที่มาสั่งพร้อมกันหลายแก้ว ทั้งยังมีระบบป้องกันน้ำกาแฟหยดไม่ต้องคอยกังวลเรื่องทำความสะอาด  ข้อเสียคือแม้ว่าจงได้หลายแก้วแต่ก็ต้องค่อยๆ ทำจึงอาจใช้เวลาอยู่บ้าง และได้แค่กาแฟชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น รสชาติ กลิ่นของกาแฟไม่ค่อยเข้มข้น หอมละมุน

4. Syphon Coffee Maker เครื่องชงกาแฟประเภทไซฟอน จะใช้แรงดันไอน้ำตามธรรมชาติในการผลิตกาแฟออกมาแต่ละแก้ว โดยจะใส่กาแฟบดไว้ที่แก้วด้านบน และใส่น้ำไว้ที่แก้วด้านล่างรอจนน้ำเดือดก็จะระเหยไปหากาแฟบดทำให้กลายเป็นน้ำกาแฟ ข้อดีคือจะได้รสชาติของกาแฟที่กลมกล่อม เข้มข้น สร้างบรรยากาศการดื่มกาแฟสมัยก่อนได้ดี  ข้อเสียคือจะได้กาแฟในปริมาณน้อย 12 แก้วเท่านั้น ใช้เวลารอกาแฟนาน ทั้งยังทำความสะอาดตัวเครื่องลำบากด้วย เหมาะกับร้านกาแฟที่มีขนาดเล็ก – กลาง คงความคลาสสิก วินเทจ ซึ่งจะแปลกจากเครื่องชงทั่วไปตรงที่ร้านใช้เรื่องชงเหล่านี้มักมีสไตล์เป็นของตนเอง

5. French Coffee Press เครื่องชงกาแฟแบบกด จะเป็นการเทน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟ หรือกาแฟบดหยาบ แล้วค่อย ๆ กดก้านกรองที่ติดอยู่กับภาชนะ ข้อดีคือได้กาแฟมีกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้น หอมละมุนน่าดื่ม ข้อเสียคือด้วยความที่เครื่องชงประเภทนี้เป็นแบบกดจึงต้องออกแรงพอสมควร ใช้เวลาทำนานถึง 4 นาทีกว่าจะได้มา 1 แก้ว รวมทั้งค่อนข้างยุ่งยากในการล้างทำความสะอาด เหมาะกับร้านที่มีขนาดเล็ก หรือตกแต่งร้านสไตล์ฝรั่งเศสชิคๆ

อย่างไรก็ตาม หากเรามองว่าการมาของลูกค้านั้น ลูกค้าให้ความสำคัญกับการดื่มกาแฟ และเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต ฉะนั้น การชงกาแฟให้อร่อย และทำให้เกิดความพึงพอใจทุกครั้งที่ได้ดื่มมัน คงเป็นเรื่องที่ละเลยไปไม่ได้เช่นกัน บนโลกใบนี้ มีวิธีการชงกาแฟที่หลากหลาย มีสไตล์ในการชงกาแฟที่ต่างกันไปแต่ละประเทศ เช่นนั้นแล้ว จงหาเส้นทางที่คุณสบายใจ และลูกค้าพึงพอใจให้บาลานซ์ที่สุด!

Categories
Uncategorized

11.11 Power Buy ทั้งทีมาเลือกแอร์ที่ถูกใจกันดีกว่า

11.11 Power Buy

            ในเมื่อช่วงเวลาแห่งการลดราคาอย่าง 11.11 Power Buy มาเยือนทั้งที สินค้าต่าง ๆ ก็ได้รับการหยิบจับใส่ตระกร้าในช่องทาง Online กันไว้ก่อนเป็นว่าเล่น เพราะว่ามีราคาและโปรโมชั่นที่พลาดไม่ได้เลยทีเดียว ยิ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วด้วยก็พลาดไม่ได้เลยทีเดียว และแอร์หรือเครื่องปรับอากาศนั้นก็เป็นเหมือนสินค้ายอดนิยมของชาวไทยเลยทีเดียว เนื่องจากอากาศที่ร้อนในเกือบทุกฤดูนั่นเอง ซึ่งแอร์ในปัจจุบันนั้นก็ได้พัฒนาในเรื่องของศักยภาพและฟังก์ชั่นต่าง ๆ อย่างมากมายเลยทีเดียว ดังนั้นใครที่กำลังมองหาแอร์ดี ๆ ราคาไม่แพงอยู่ในช่วงนี้แล้วล่ะก็เราจะมาดูประเภทของแอร์ว่ามีความแตกต่างอย่างไร รวมถึงวิธีการเลือกซื้อกันครับ   

                – แอร์ติดพนัง

                หรืออีกชื่อที่เรียกกันก็คือ Wall Type เป็นประเภทของแอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและสามารถพบเห็นได้ทั่ว ๆ ไปตามบ้าน เพราะว่ามีการติดตั้งที่ประหยัดพื้นที่ มีการทำงานที่หลากหลายครอบคลุม การบำรุงรักษานั้นสามารถทำได้ง่าย อีกทั้งยังมีหลายขนาด BTU ให้ได้เลือกใช้กันตามแต่ความเหมาะสมของแต่ละการใช้งาน

                โดยวิธีการเลือกซื้อแอร์แบบติดพนังนั้นควรดูในเรื่องของขนาดของห้อง เพราะว่าเป็นประเภทของแอร์ที่นำไปติดตั้งในห้องที่มีขนาดหลากหลายตั้งแต่ห้องนอนไปจนถึงห้องประชุมเลย ดังนั้นควรเลือกขนาดของห้องและ BTU แอร์ให้เหมาะสมพอดีกัน นอกจากนี้ควรเลือกที่มีระบบการกรองอากาศที่ดีเพราะว่าเป็นแอร์ประเภทที่ต้องใช้งานบ่อยใช้งานเป็นประจำ ดังนั้นผู้ใช้ก็ควรที่จะได้อากาศบริสุทธิ์เข้าไปอย่างเต็มที่ด้วย

                – แอร์แบบวางพื้น

                เป็นอีกรูปแบบของแอร์ที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ในการนำมาติดตั้งในบ้านเลยทีเดียว โดยการติดตั้งนั้นอาจจะใช้พื้นที่บนพื้นเยอะหน่อย แต่ว่าก็ง่ายต่อการบำรุงรักษาอย่างเช่นเติมน้ำยาแอร์ไม่ต้องเอื้อมหรือว่าปีนไปทำบนฝาพนัง ทั้งยังกระจายลมได้ค่อนข้างไกลและทั่วถึงอีกด้วย

                วิธีการเลือกซื้อแอร์ประเภทนี้ก็ควรเลือกที่มีการดีไซน์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ ๆ ติดตั้ง จะต้องไม่เกะกะหรือทำให้การตกแต่งจัดวางห้องในภาพรวมนั้นต้องได้รับผลกระทบ อีกทั้งยังควรเลือกที่มีระบบด้านความปลอดภัยที่ค่อนข้างสูงเพราะ เพราะด้วยความที่ติดตั้งอยู่กับพื้น ทำให้เด็ก ๆ ในบ้านสามารถซุกซนไปเล่นจนเกิดอันตราย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว

                – แอร์ตู้

                แอร์ตู้นั้นเดิมทีไม่ได้รับความนิยมในวงกว้างเท่าไหร่นัก เพราะว่ามีขนาดใหญ่ เปลืองพื้นที่ และการใช้งานก็ม่ได้ง่ายสำหรับผู้ใช้ทั่วไป แต่ว่าในปัจจุบันนั้นได้มีการพัฒนาให้มีขนาดที่เล็กลงและมีการเคลื่อนย้ายได้สะดวกสบายขึ้นอย่างการติดล้อ จนกลายมาเป็นแอร์เคลื่อนที่นั่นเอง ซึ่งเริ่มได้รับความนิยมสำหรับผู้ใช้งานรุ่นใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ ในเรื่องความสะดวกสบาย

                ส่วนใครที่อยากจะเลือกซื้อนั้นก็ควรดูที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นสำคัญ เพราะว่าแอร์ตู้นั้นค่อนข้างกินไฟพอสมควร ถ้าหากว่าใช้งานไปเวลานาน ๆ นั้นก็อาจจะทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นอย่างมากมายเลยทีเดียว และอย่าลืมเลือกที่มีล้อสำหรับเข็นเคลื่อนย้ายได้ง่าย ๆ นั้นเอง

                และนี่คือเรื่องราวของการเลือกแอร์ที่ถูกใจในช่วง 11.11 Power Buy ที่ใกล้จะมาถึงนี้ หวังว่าจะเป็นคู่มือที่เหมาะสมสำหรับหลาย ๆ ท่านนะครับ

Categories
Uncategorized

11.11 Power Buy เตรียมตกแต่งบ้านได้เลย

11.11 Power Buy

            เข้าสู่ช่วงที่การจับจ่ายใช้สอยในช่วง 11.11 Power Buy แล้วนั้น หลายต่อหลายคนที่กำลังอยากจะขยับขยายหรือตกแต่งบ้านแล้วล่ะก็นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีและเหมาะสมมาก ๆ เลยทีเดียว เพราะว่าสินค้าเพื่อการประดับตกแต่งรวมไปถึงเครื่องใช้ฟ้าภายในบ้านนั้นได้ทยอยมาลดราคากันอย่างมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าการเลือกซื้อนั้นมีรายละเอียดและต้องพิจารณากันในหลาย ๆ ด้านเลยทีเดียว ดังนั้นเราอยากจะขอทำหน้าที่ตัวแทนในการให้คำแนะนำคุณในการเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ อย่างสบายใจนะครับ เราไปดูกันได้เลยครับ

                1. โคมไฟ

                แสงสว่างนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ภายในบ้านเลยทีเดียว ยิ่งถ้าบ้านไหนมีพื้นที่ซึ่งค่อนข้างกว้างความสว่างก็สมควรที่จะกระจายไปทั่วทุกมุมให้ได้มากที่สุด โคมไฟจึงเหมือนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ยิ่งใครที่ชื่นชอบการแต่งบ้านด้วยแล้วนั้นก็เป็นเหมือนอีก 1 อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว เพราะว่ามีดีไซน์ที่หลากหลายและสวยงามเหมาะกับการแต่งบ้านทั้งยังสามารถเป็นไฟส่องสว่างได้อีกด้วย โดยการเลือกซื้อโคมไฟนั้นก็มีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในหลาย ๆ อย่างดังต่อไปนี้

                – การดีไซน์ของห้องโดยรวมและดีไซน์ของโคมไฟ

                โคมไฟนั้นนิยมนำไปไว้ในห้องใดห้องหนึ่งภายในบ้าน ซึ่งแต่ละห้องนั้นก็มีการดีไซน์ที่ไม่เหมือนกันอยู่แล้วและโคมไฟก็มีการดีไซน์ที่แตกต่างกันอีกเช่นกัน ดังนั้นการตกแต่งที่ดีคือการที่ต้องดีไซน์ให้เหมาะสมพอดีกัน เช่นถ้าห้องเป็นสไตล์ โมเดิร์น เท่ ๆ ก็ควรหาโคมไฟที่มีลักษณะเป็นแนวเท่ ๆ ไม่ควรหาที่เป็นแบบคลาสสิกเป็นต้น

                – ขนาด

                โคมไฟมักจะมีหลายขนาดให้เลือกตามความเหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้และขนาดห้อง โดยมาตรฐานแล้วยิ่งมีโคมไฟที่ใหญ่มากขึ้นแค่ไหนก็มักจะมีความส่องสว่างที่มากขึ้นด้วย ดังนั้นก็ควรที่จะเลือกซื้อที่มีขนาดที่เหมาะสม เช่นถ้าห้องเล็กก็ควรซื้อโคมไฟที่มีขนาดเล็กด้วยไม่ควรซื้อที่มีขนาดใหญ่เพราะว่าอาจจะทำให้แสงสว่างมากเกินไปจนแสบตาอีกด้วย

                2. ชั้นวางของ

                การวางหรือการจัดหมวดหมู่เครื่องใช้หรือของต่าง ๆ ภายในบ้านถือเป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างสำหรับการตกแต่งบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะว่าถ้าเราวางได้พอและสวยงามไม่เกะกะก็จะทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้นอีกมาก ดังนั้นชั้นวางของจึงเป็นเหมือนไอเทมสำคัญเลยทีเดียวในการซื้อของเพื่อตกแต่งบ้าน การเลือกศื้อชั้นวางของหลัก ๆ แล้วมีประมาณนี้

                – วัตถุประสงค์การใช้งาน

                ในการซื้อชั้นวางของมาในแต่ละครั้งนั้นย่อมมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันไปอย่างเช่นบางคนอยากซื้อมาเพื่อวางของเพื่อโชว์ซึ่งก็ต้องเน้นดีไซน์และความสวยงามเป็นหลักแต่ว่าถ้าใครนำมาเพื่อประโยชน์เรื่องการวางของจริง ๆ จัง ๆ เป็นอันดับแรกก็ต้องเลือกที่มีขนาดและความยืดหยุ่นในการใช้งานที่มากกว่าเป็นอันดับแรก

                – ความแข็งแรง

                จะขาดไปไม่ได้เลยในข้อนี้เพราะชั้นวางของเป็นอุปกรณ์ที่ต้องรับน้ำหนักสิ่งของต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ดังนั้นต้องเลือกที่มีโครงสร้างที่แข็งแรงเช่นจากเหล็กหรืออลูมิเนียมเป็นต้น

                นี่คือคำแนะนำในการเลือกของแต่งบ้านสำหรับช่วง 11.11 Power Buy ที่เรานำมาฝากทุกท่าน หวังว่าจะนำไปใช้กันในการเลือกสินค้ากันนะครับ

Categories
Uncategorized

11.11 Power Buy เครื่องซักผ้าดี ๆ มีไว้ให้ได้เลือกซื้อ

11.11 Power Buy

            เครื่องซักผ้านั้นต้องเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นมาก ๆ กับครอบครัวยุคใหม่ในปัจจุบัน ด้วยความเร่งรีบกับความต้องการในเรื่องความสะดวกสบาย ซึ่งเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ นั้นก็ช่วยทำให้เครื่องซักผ้านั้นมีนวัตกรรมและฟังก์ชั่นเพื่อการใช้งานต่าง ๆ ที่ดียิ่งขึ้นเพื่อความสะอาดของเสื้อผ้าอย่างมากมาย และเมื่อใกล้ถึงช่วง 11.11 Power Buy นั้นใครที่กำลังเล็งเครื่องซักผ้ารุ่นต่าง ๆ ไว้ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ๆ ในการที่จะเลือกซื้อมาใช้งานกัน เพราะว่ามีโปรโมชั่นและการลดราคามากมาย ดังนั้นเราจะมาแนะนำถึงวิธีการเครื่องซักผ้าที่คุณไม่ควรพลาดในช่วงเทศกาลลดราคาสุดยิ่งใหญ่ดังกล่าว ถ้าพร้อมแล้วลองมาดูกันได้เลยครับ

                1. เลือกชนิดของเครื่องซักผ้า

                เครื่องซักผ้านั้นมีหลายชนิดให้ได้เลือกซื้อเลือกใช้กัน โดยหลัก ๆ นั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ ด้วยกันซึ่งจุดเด่นในการใช้งานนั้นก็มีแตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้

                – เครื่องซักผ้าแบบฝาบน

                เป็นเครื่องซักผ้าที่ได้รับความนิยมตามบ้านเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยดีไซน์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน มีกำลังของมอเตอร์ที่ออกแบบมาให้ค่อนข้างแรง คราบสกปรกและคราบฝังลึกจึงสามารถออกได้อย่างค่อนข้างง่าย มีขนาดของเครื่องที่ค่อนข้างหลากหลาย ทำให้สามารถนำไปวางในที่ต่าง ๆ ในบ้านได้อย่างยืดหยุ่น มีการทำความสะอาดที่ง่ายเพราะว่าสามารถใส่น้ำยาทำความสะอาดเข้าไปได้ทันที

                – เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า

                เป็นเครื่องซักผ้าที่นิยมรองมาแต่ว่าก็ได้ค่อย ๆ เพิ่มความนิยมอยู่เรื่อย ๆ เลยทีเดียว จุดเด่นของเครื่องซักผ้าประเภทนี้อยู่ที่บางเครื่องมีฟังก์ชั่นเป็นเครื่องอบผ้าในตัวทำให้ผ้าแห้งโดยที่ไม่จำเป็นต้องตากได้ แต่ว่าเรื่องของกำลังซักอาจจะน้อยกว่าแบบฝาบน ดังนั้นถ้าหากว่าไม่ได้มีจำนวนผ้ามากและชอบฟังก์ชั่นและการทำงานที่รวดเร็วแล้วล่ะก็เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าก็ค่อนข้างเหมาะกับคนยุคใหม่เลยทีเดียว

                – เรื่องของความจุ

                อันนี้จะมองข้ามไปไม่ได้เด็ดขาดเพราะว่าความจุนั้นเป็นเรื่องที่ส่งผลโดยตรงกับความต้องการพื้นฐานในการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าเลยก็ว่าได้ โดยความจุของเครื่องซักผ้าในแต่ละบ้านหรือแต่ละครอบครัวนั้นจะแตกต่างกันออกไป โดยปัจจัยหลักก็จะอยู่ที่สมาชิกในครอบครัวว่ามีมากหรือว่ามีน้อย โดยเฉลี่ย 1 คนจะอยู่ที่ 1.5 กก. ต่อวัน อย่างเช่นครอบครัวไหนที่มี 4 คนนั้นแนะนำว่าให้ซื้อที่มีความจุประมาณ 6 กก. นั่นเอง

                – เสียงของเครื่องสักผ้า

                เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์นั้นแน่นอนว่าต้องมีเรื่องราวของเสียงที่อาจจะดังรบกวน สิ่งที่สำคัญมาก ๆ ก็คือการศึกษาข้อมูลก่อนซื้อ ซึ่งอาจจะต้องไปดูการรีวิวใน YouTube น่าจะได้ข้อมูลที่ดีตรงความต้องการมากที่สุด ซึ่งเครื่องซักผ้าที่มีระบบ Inverter นั้นถือว่าจะให้เสียงที่เบากว่าเครื่องซักผ้าแบบปกติ

                และนี่คือวิธีการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าที่เราอยากจะแนะนำทุกท่านใครอยากจะซื้อก็ถือว่าใกล้ช่วง 11.11 Power Buy แล้ว ซึ่งอย่าพลาดโปรโมชั่นและราคาดี ๆ ของเครื่องซักผ้ารุ่นต่าง ๆ กันนะครับ  

Categories
Uncategorized

คอมพิวเตอร์ดีไซน์สวยไม่แพ้โน๊ตบุ๊ค

เมื่อก่อนเราอาจจะจำภาพ คอมพิวเตอร์ ตั้งโต๊ะ ที่เป็นตู้ใหญ่ๆ จอเทอะทะไม่สวยและดูเนิร์ด แต่วันนี้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนั้นดีไซน์สวยไม่แพ้โน๊ตบุ๊ค คนทำงานออฟฟิศสามารถมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสวยๆ แบบไม่ต้องมีเคสสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ อีกต่อไป โมเดลเหล่านี้มักถูกเรียกว่า All-in-One คือ รวมทั้งคอมพิวเตอร์และหน้าจอเข้าด้วยกัน หลายแบรนด์มีการพัฒนารูปทรงและการใช้งานออกมาสวย เรียบหรู และยังมีหน้าจอที่คมชัดขึ้น ไม่เพียงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดี คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในปัจจุบันยังเป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งออฟฟิศ แต่งบ้าน ได้อย่างสวยงาม ไปดูกันดีกว่า

คอมพิวเตอร์ ตั้งโต๊ะ

Lenovo IdeaCentre AIO 520 (จอ 21.5 นิ้ว) ตัวนี้เป็นรุ่นที่ลื่นที่สุด และอาจจะแรงที่สุดด้วยก็ได้* ด้วย RAM มากถึง 8GB เยอะที่สุดในลิสต์กับโปรเซสเซอร์ AMD A9-9420 ทั้งสองอย่างนี้จะช่วยให้คุณเปิดโปรแกรมทำงานพร้อมกันได้หลากหลาย ในราคาคอมพิวเตอร์ที่ยังเกาะมีนกลุ่ม 17,990 บาท ตัวนี้เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ไม่ได้มีดีแค่ราคาถูก แต่ยังมีความสวยงามโดดเด่นเกินราคาอีกด้วย LENOVO DESKTOP AIO 520 เป็นคอมพิวเตอร์ที่มาในรูปแบบ All-in-One แบบไม่ต้องมีตู้เคสให้เกะกะสายตา

จุดเด่นคือจอภาพแบบไร้ขอบ ที่สามารถทัชสกรีนได้แบบ multi-touch ขนาด 21.5 นิ้ว พลังจาก RAM 8GB อาจถูกใช้ไปกับหน้าจอ Touch Screen ประมาณ 1GB แต่ที่เหลือนั่นก็มากพอให้เครื่องนี้เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะลื่นที่สุดในรุ่น ไม่เพียงเท่านั้น ยังส่งรับข้อมูลทาง USB ได้รวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยี USB 3.0 ทั้งหมดไว้ในจอภาพที่อยู่บนขาตั้งเดี่ยวเรียวสวยงามยิ่งส่งเสริมให้ออฟฟิศของคุณสวยมากขึ้น พร้อม Webcam ตัวนี้น่าสนใจตรงที่ สามารถหุบเข้าไปเมื่อไม่ใช้งานได้ สำหรับคนที่ไม่มั่นใจว่าจะโดนแอพไหนแอบเปิดกล้องส่องรึเปล่า ก็สามารถหุบกล้องเข้าไปได้เลย

Acer Aspire C20-830 มาพร้อมเทคโนโลยี BlueLightShield และ Flickerless ปกป้องดวงตาจากความเมื่อยล้า แต่ต้องสังเกตว่าในราคานี้จะได้จอภาพที่ 19.5” Full HD 1600×900 ต่ำกว่ามีนกลุ่มหน่อย แต่ 19” ก็ไม่เล็ก ยังใหญ่กว่าโน๊ตบุ๊คทั้งหมด และด้วยราคาคอมพิวเตอร์ที่ได้มามันน่าสนใจมาก เรื่องของประสิทธิภาพตัวนี้ไม่สูง มากับ CPU ประหยัด Intel Pentium J5005 บน RAM 4GB และ Harddisk ที่ 500 GB (ดีที่ได้ความเร็ว 7200 RPM) เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสำหรับงานที่ไม่หนัก หรืองานแอดมิน ดีไซน์บอดี้และขาตั้งคล้าย iMac บอดี้สีขาว มีลำโพงคู่ stereo ด้านหน้า พร้อมขอบจอกระจกสีดำสวยงาม ประกัน ACER ให้มา 3 ปี แต่ Onsite มาหาที่บ้านแค่ 1 ปีนะ หลังจากนั้นต้องส่งศูนย์ด้วยตัวเอง

HP All-in-One 22-C0041D ตัวนี้เป็นอีกโมเดลเลยจาก HP ที่เรียกว่า มีแต่ข้อดี จนไม่มีจุดสังเกต นอกจากพอร์ตต่อเชื่อม และการออกแบบให้ทำงานได้ครบครันแล้วยังมีดีไซน์ขาตั้งหน้าจอขนาด 21.5 นิ้วที่แปลกตาอีกด้วย

ด้านประสิทธิภาพไม่ธรรมดา กับ CPU Intel Core-i3 ที่มาใหม่ Gen8th ใหม่และดี ทำงานร่วมกับ RAM 4GB แบบ DDR4, 2400 MHz ส่วนของ Harddisk มีความจุ 1 TB ที่ความเร็ว 7200 RPM มี Wireless, Bluetooth และ USB 3.0 ถึง 2 พอร์ต ให้การเชื่อมต่อข้อมูลรวดเร็ว รวมถึงประกัน On-site ของ HP ที่ดูแลให้ถึง 3 ปีสบายๆ

การ์ดจอ NVIDIA® GeForce® MX110 นี่ก็พอใช้เล่นเกมส์ได้อยู่นะ ลำโพงเสียงอย่างดี จากพาร์ทเนอร์ของ HP ชื่อดัง B&O PLAY ซ้ายขวาสองข้าง เรียกว่าเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ครบครันทั้งใช้ทำงานและความบันเทิงสำหรับครอบครัว

Dell AIO 3277 เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบ all-in-one เพียงรุ่นเดียวจากยี่ห้อ DELL ถ้าหากใครเป็นแฟนคลับยี่ห้อนี้ต้องมาทางนี้เลย ในรุ่นนี้ Dell AIO 3277 มาพร้อม CPU คุณภาพสูง Intel Core i3 ทำงานกับ RAM 4GB บนขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้วที่ความละเอียดสูง 1920×1080 Full HD

Categories
Uncategorized

คอมพิวเตอร์ dell รุ่นไหนดี ปี 2020

Computer Dell
<!–td {border: 1px solid #ccc;}br {mso-data-placement:same-cell;}–>
คอมพิวเตอร์ dell

วันนี้เราจะมาแนะนำ คอมพิวเตอร์ dell หรือ โน๊ตบุ๊ค Dell ที่ได้รับความเป็นที่นิยม เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือในระดับต้น ๆ ที่เน้นในการใช้งานทั่ว ๆ ไป ไปจนถึงใช้งานในระดับองค์กรที่เป็นโน๊ตบุ๊คระดับไฮเอ็นด์เลยก็ว่าได้ ด้วยการออกแบบให้ดูหรูหราในระดับพรีเมี่ยมแต่กลับใช้วัสดุที่ให้ความแข็งแรงทนทาน สเปคของเครื่องที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม มีการใช้งานที่เสถียร ซี่รีส์โน๊ตบุ๊คแบ่งประเภทความต้องการใช้งานของคุณได้อย่างลงตัว นั้นจึงค่อนข้างเหมาะกับน้อง ๆ นักศึกษา ไว้ใช้สำหรับพาไปเรียน หรือเน้นทำงานเป็นหลักอย่างอย่างเช่น พิมพ์งาน เขียนแบบ เขียนเว็บโปรแกรมมิ่ง แต่งรูปในโฟโต้ชอป ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มากความสามารถอีกแบรนด์ เพราะใช้ทำงานที่หลากหลายได้ อีกทั้งยังมาพร้อมกับราคาที่คุ้มค่ากับประสิทธิภาพมากๆ

ข้อดีของ คอมพิวเตอร์ dell มีอะไรบ้าง

1. แอปพลิเคชั่น Dell Mobile Connect ซิงค์ระหว่างสมาร์ทโฟน iOS และ Android ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้ง 2 อุปกรณ์พร้อม ๆ กันได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยจะแจ้งเตือนข้อความ โทรเข้า เป็นประโยชน์อย่างมากทำให้เราเราไม่พลาดการติดต่อ

2. พกพาง่ายด้วยน้ำหนักและขนาดเครื่อง โน๊ตบุ๊ค Dell ออกแบบให้พกพาไปได้ไหนมาไหนได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็น ร้านกาแฟ ออฟฟิศ หรือมหาวิทยาลัย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย อีกทั้งโน๊ตบุ๊ค Dell ยังเน้นผลิตหน้าจอขนาด 13-15 นิ้ว เป็นหลัก โดยรวมแล้วขนาดก็ไม่ได้ใหญ่มาก จึงหยิบจับพับเก็บได้สะดวก

3. คีย์บอร์ดและทัชแพด อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายคนให้ความสำคัญนั้นคือคีย์บอร์ดมี่สัมผัสที่นุ่มไหม น่าใช้ง่ายหรือไม่ สำหรับโน๊ตบุ๊ค Dell นั้น คีย์บอร์ดเป็นแบบฟลูไซส์ ส่วนปุ่มมันมีความโค้งรับกับนิ้วมือได้พอดี ทำให้เราพิมพ์ได้สบายมือ ตัวปุ่มเว้นระยะห่างออกจากกันตามมาตราฐานของโน๊ตบุ๊ค ส่วนทัชแพดค่อนข้างใหญ่ ปุ่มคลิกซ้ายคลิกขวา เป็นแบบซ่อน และควบคุมได้ดี

4. สเปคเครื่องที่แรง โน๊ตบุ๊ค Dell มีการใส่สเปคตามยุคสมัยของฮาร์ดแวร์ ซึ่งเราจะพบเห็นซีพียูที่ใช้ในปี 2020 นั่นคือ Intel เจน 9 และ 10 อย่างเช่น รุ่นกลาง i5 ซึ่งมีแกนประมวล 4 คอร์ 8 เธรด และ i7 6 คอร์ 12 เธรด อาร์ดดิสก์บางรุ่นยังใช้แบบจานหมุน โดยส่วนมากในโน๊ตบุ๊คใช้แบบ SSD หรือ M.2 ทำให้เปิดเครื่อง ก๊อปไฟล์ไวขึ้น และสามารถอัปเกรดแรมกับฮาร์ดดิสก์ได้ภายหลังเช่นกันหากพื้นที่เต็มต้องการความจุแรมที่เยอะขึ้น

5. การรับประกัน โน๊ตบุ๊ค Dell ทุกรุ่นประกัน 2 ปี รวมทั้ง OnSite Service ไม่ว่าคุณจะอยู่บ้าน คอนโด อพาเมน จะมีช่างบริการให้ถึงบ้านกันเลยทีเดียว และยังมีการบิรการทางโทรศัพท์หากเครื่องมีปัญหาคุณสามารถโทรติดต่อ จากนั้นช่างเทคนิคของ Dell ตอบแก้ปัญหาของเครื่องโน๊ตบุ๊ค

กล่าวคือ โน้ตบุ๊ก DELL แบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่มีสเน่ห์แตกต่างจากโน้ตบุ๊กยี่ห้ออื่น ๆ ตรงที่ผู้ซื้อสามารถออกแบบปรับแต่งฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างอิสระ ซึ่งวิธีการผลิตนั้นก็ขึ้นอยู่กับออร์เดอร์ของผู้สั่งซื้อ ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงได้ และนี่เองคือความลับที่ทำให้โน้ตบุ๊กยี่ห้อ DELL นี้มีราคาคุ้มสุด ๆ ที่หลายคนสามารถหาซื้อได้ และกำลังเป็นที่นิยมอยู่นั้นเอง

นอกจากนี้ DELL ยังมีการพัฒนาโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ๆ ออกมาเพื่อให้เข้ากับการนำไปใช้ของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊กสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต อีเมล ใช้ทางธุรกิจ หรือสำหรับผู้เล่นเกมมือสมัครเล่น ผู้เล่นเกมมือโปร เป็นต้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ตรงกับความต้องการได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และนี่ก็เป็นสเน่ห์อีกข้อนึงของแบรนด์นี้เลย

Categories
Uncategorized

11.11 Power Buy

ในสถานการณ์เช่นนี้ การเปิดหน้าร้าน หรือการทำการตลาดแบบออฟไลน์อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด สาเหตุนั้นมาจากการล็อกดาวน์ภายในประเทศ อีกทั้งผู้ประกอบการยังต้องเสียต้นทุนที่อาจได้กำไรกลับมาแบบไม่คุ้ม ดังนั้น การลดต้นทุนจากการใช้จ่ายหน้าร้านเพื่อมาลงทุนกับธุรกิจออนไลน์ อาจเป็นเหมือนกับแสงสว่างเพื่อช่วยให้ธุรกิจรอดพ้น นอกจากนี้การทำธุรกิจ E-Commerce หรือสร้างแคมเปญ 11.11 Power Buy ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ผู้ประกอบการสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น โดยการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อนำเสนอแบรนด์ และมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า อีกทั้งยังลดความกังวลเมื่อลูกค้าต้องคำนึงถึง Social Distance * หากตัวลูกค้าจะกลับมาชอปปิงที่หน้าร้านของท่านอีกครั้ง

11.11 Power Buy

ก่อนที่เราจะนำขั้นตอนการปรับปรุงธุรกิจออนไลน์ไปใช้ การสร้างความเข้าใจว่า พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคมีผลอะไรบ้าง เพื่อให้ทุกท่านเห็นภาพรวมและเข้าใจถึงสาเหตุที่พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกัน เหตุการณ์หลัก ๆ ที่ทุกท่านกำลังเผชิญกันอยู่ในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นกับ มาตรการชัตดาวน์ การงดพบปะสังสรรค์กับผู้คน ห้างร้านและสถานที่ท่องเที่ยวปิดตัวลงชั่วคราว บางสถานที่อาจเปิด-ปิดในเวลาที่กำหนด และใช้เวลาอยู่บ้าน เหตุการณ์เหล่านี้ ทำให้เทรนด์ใหม่ ๆ ของการซื้อขายนั้นเกิดขึ้น พฤติกรรมการบริโภคสินค้าบางอย่างชะลอตัวลง แต่กลับมีการบริโภคสินค้าบางอย่างสูงขึ้น

โควิด19 ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของสังคมไร้เงินสดอย่างจริงจัง เพราะความกลัวว่า ไวรัสจะแพร่กระจายผ่านทางธนบัตรและเหรียญ ทำให้ธุรกิจจำนวนมากยอมรับการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัส และดูเหมือนว่าเราจะหลีกเลี่ยงสังคมไร้เงินสดในระดับโลกไม่ได้แล้ว เนื่องจากการใช้ช่องทางการชำระเงินและการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบดิจิทัลได้รับความนิยมและแพร่หลายมากขึ้น การระบาดของโควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตใหม่รูปแบบนี้เกิดขึ้นได้เร็วกว่าเดิมมาก เพราะเริ่มมีร้านค้าหลายแห่งปฏิเสธการชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยเงินสด

นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงการมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า สามารถสร้างความแตกต่างให้แก่แบรนด์    ยิ่งการชอปปิงออนไลน์เป็นที่นิยมมากขึ้นเท่าไหร่ การแข่งขันในตลาดก็ยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้น แบรนด์จำเป็นที่จะต้องหากลยุทธ์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและหาจุดแตกต่างที่คู่แข่งไม่มี

หากแบรนด์สามารถ สร้างประสบการณ์ที่ดี เพื่อเอาชนะใจลูกค้าได้ โอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำและภักดีต่อแบรนด์ ก็จะมีสูงขึ้นอีกด้วย เช่นสร้างแคมเปญ 11.11 Power Buy ให้ติดหู ลด แลก แจก แถม และบริการหลังการขายที่ดี จะการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า หรือ Customer Experience คือการที่ลูกค้าได้มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ ทั้งการได้เห็น ได้ยิน หรือมีส่วนร่วมเพื่อทำกิจกรรมบางอย่างกับแบรนด์ ซึ่งแบรนด์นั้นสามารถตอบสนองความต้องการให้แก่ลูกค้าได้ ทั้งในรูปแบบการซื้อขายสินค้า และการบริการ และลูกค้าเกิดความประทับใจต่อสินค้าและบริการนั้น ๆ ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อของกับเราอีกและกลายมาเป็นลูกค้าประจำ

และสุดท้าย จากการสำรวจของบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก McKinsey & Company พบว่า ภายใต้วิกฤตโควิด-19 ผู้บริโภคมักจะให้ความสำคัญกับราคาสินค้าที่ถูกลง ในขณะที่ภายใต้สถานการณ์ปกติผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับมูลค่าของสินค้ามากกว่าราคา อย่างไรก็ตาม ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ผู้บริโภคจะต้องมีเหตุผล ที่ถูกต้องและเหมาะสมจึงจะตัดสินใจซื้อสิ่งของราคาแพง จากการสำรวจดังกล่าวยังพบว่า ผู้บริโภคน้ำดื่มบรรจุขวดมากกว่าร้อยละ 33 พอใจกับราคาน้ำดื่มที่ถูกกว่า และยังกล่าวว่าพวกเขาไม่ต้องการผลประโยชน์ที่แบรนด์ซึ่งมีราคาสูงกว่ามอบให้อีกต่อไป จึงมีความเป็นไปได้ที่ความแตกต่างของคุณภาพน้ำดื่มระหว่างแบรนด์ที่ราคาถูกกว่ากับแบรนด์ที่ราคาแพงกว่าก็ไม่มีความสำคัญสำหรับผู้บริโภคด้วยเช่นกัน

Categories
Uncategorized

แอร์เคลื่อนที่ Hitachi หรือรุ่นไหนดีที่สุดกับความต้องการ

แอร์เคลื่อนที่ Hitachi

                นับว่าเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่หรือแอร์เคลื่อนที่นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างสำคัญมาก ๆ เลยทีเดียวสำหรับการใช้ชีวิตในเมืองร้อนอย่างประเทศไทย เพราะว่าเรื่องประสิทธิภาพความเย็นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างเทียบเคียงกับเครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งถาวรในบ้านเลยทีเดียว แต่ว่ามีจุดเด่นที่สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างคล่องแคล่วสะดวกสบาย ซึ่งเครื่องปรับอากาศหรือแอร์เคลื่อนที่ก็มีออกมาหลากหลายแบรนด์ทำออกมาอย่างเช่น เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่หรือ แอร์เคลื่อนที่ Hitachi ที่มีฟังก์ชั่นและรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีการเลือกเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณรวมถึงแบรนด์ที่น่าสนใจกัน

                อันดับแรกเรามาดูวิธีการเลือกแอร์กันก่อนว่าควรมีวิธีการเลือกอย่างไรในขั้นพื้นฐานบ้าง

                – เลือกให้เหมาะสมกับสถานที่

                เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่นั้นไม่ได้เหมาะสมกับทุกบ้านและทุกสถานที่ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดค่อนข้างเล็กสามารถกระจายความเย็นได้เฉพาะที่ ดังนั้นสถานที่ ๆ จะใช้งานก็ควรเป็นแบบที่เหมาะสม นั่นคือพื้นที่ซึ่งมีลักษณะเล็กพอดี ๆ และที่สำคัญต้องมีปลั๊กไฟในการเสียบใช้งานและควรต้องมีพื้นที่ให้สำหรับวางท่อเพื่อระบายน้ำออกไป เพราะว่าบางรุ่นนั้นต้องใช้ระบบการระบายน้ำ

                – ดูน้ำหนักและการเคลื่อนย้ายที่สะดวก

                สิ่งที่เป็นจุดขายเลยของเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่นั่นก็คือการเคลื่อนย้ายที่สะดวกสบาย และการดีไซน์ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกซอกทุกมุมที่ต้องการในบ้าน แต่ว่าการเคลื่อนย้ายบ่อย ๆ นั้นก็ต้องมีการพิจารณาถึงเรื่องน้ำหนักด้วย เพราะว่าถ้าหากว่ามีน้ำหนักที่มากเกินไปการจะนำไปไว้ชั้น 2 หรือชั้นอื่น ๆ ของบ้านนั้นก็จะเป็นการไม่สะดวกนัก อีกทั้งเรื่องดีไซน์ก็ควรเป็นในแบบที่กะทัดรัดไม่เทอะทะใหญ่เกินไปในการไปจัดวางในมุมต่าง ๆ ของบ้าน ที่สำคัญควรหารุ่นที่มีล้อติดมาให้ด้วยยิ่งดีเพื่อความสะดวกสบายในการเคลื่อนย้าย

                – ดูรุ่นที่มีฟังก์ชั่นการระเหยน้ำเอง

                ปัญหาที่หลายคนต้องเจอเป็นประจำก็คือน้ำทิ้งจากเครื่องปรับอากาศ ซึ่งมักจะไปเกาะสะสมอยู่ภายในตัวเครื่อง แต่ว่าก็มีเครื่องปรับอากาศที่มีฟังก์ชั่นการระเหยน้ำในตัวเครื่องได้เองอยู่ให้ได้เลือกซื้อได้เลือกใช้งานกัน โดยช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องมาคอยเทน้ำทิ้งบ่อย ๆ ด้วย

                มาถึงส่วนนี้เราจะพาทุกท่านไปทำรู้จักกับเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ในรุ่นที่น่าสนใจกันครับ

                – Jensany แอร์เคลื่อนที่ 9000 BTU รุ่น HM132

                ถ้าพูดถึงเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ซึ่งมีขนาดกะทัดรัดพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันนั้นก็อยากจะแนะนำ Jensany เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ซึ่งมีขนาดให้มา 9000 BTU ในชื่อรุ่น HM132 ซึ่งความพิเศษของเครื่องนี้ก็คือโหมด พัดลม, เครื่องไล่ความชื้น, เครื่องทำความร้อน และเครื่องปรับอากาศ ในตัวเดียวกันเรียกได้ว่าคุ้มค่ามาก ๆ ทั้งนี้ยังสามารถตั้งเวลาเปิดปิดได้ล่างหน้าถึง 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วเลยทีเดียว

                – Central Air แอร์เคลื่อนที่ 14000 BTU รุ่น CTP-CB14

                มาที่แบรนด์คุณภาพที่คุ้นหูผู้ใช้งานชาวไทยมาเป็นเวลานานอย่าง Central Air ซึ่งให้ขนาด BTU มาอย่างจุใจถึง 14000 BTU เลยทีเดียว เรื่องประสิทธิภาพนั้นก็หายห่วงได้เพราะว่ามีการกระจายความเย็นในวงกว้างได้สูง มีความเย็นที่สามารถปรับได้ 4 ระดับ และมีเสียงรบกวนค่อนข้างน้อยอีกด้วย

                และนี่คือส่วนหนึ่งของเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่หรือแอร์เคลื่อนที่กับเรื่องราวน่ารู้ที่เรานำมาแนะนำกัน ไม่ว่าคุณจะใช้เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่หรือ แอร์เคลื่อนที่ Hitachi หรือแบรนด์ไหน ๆ ก็ขอให้ได้รับความสะดวกสบายคลายกังวลกันนะครับ

Categories
Uncategorized

แอร์เคลื่อนที่ หรือแอร์แบบไหนที่ใช่เลยกับคุณ

แอร์เคลื่อนที่

            เครื่องปรับอากาศหรือว่าแอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมถูกใจคนเมืองร้อนแบบประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยตลอดระยะเวลาหลาย 10 ปี ที่ผ่านมาเครื่องปรับอากาศก็ได้ผ่านการพัฒนามากมายทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพและรูปทรงจนเกิดเป็นเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ ๆ อย่างเช่นเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่หรือ แอร์เคลื่อนที่ ให้ได้ใช้งานกัน ซึ่งครั้งนี้เราจะมาแนะนำกันว่าเครื่องปรับอากาศที่น่าสนใจสำหรับคุณนั้นควรเป็นแบบไหนและมีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร

                1. เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง

                สำหรับเครื่องปรับอากาศที่ได้รับความนิยมและคุ้นตาผู้ใช้มากที่สุดประเภทหนึ่งก็คือเครื่องปรับอากาศแบบติดผนังนั่นเอง เพราะว่ามีการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน กระจายความเย็นได้อย่างกว้างไกลและทั่วถึง นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ชั้นนำทั้งหลายได้พัฒนาเครื่องปรับอากาศประเภทนี้ขึ้นมามากมาย จนกลายเป็นภาพจำของเครื่องปรับอากาศเลยทีเดียว โดยในปัจจุบันเรื่องของการประหยัดไฟก็เป็นจุดเด่นของเครื่องปรับอากาศประเภทดังกล่าวด้วยระบบ Inverter ซึ่ง BTU ก็มีให้เลือกกว้างมากตั้งแต่ 9,000 BTU ไปจนถึง 20,000 BTU เลยทีเดียว มีการให้บริการซ่อมบำรุงอย่างกว้างขวาง ใช้งานในบ้านได้อย่างสบาย ๆ ในทุกห้อง

                2. เครื่องปรับอากาศแบบตั้งหรือแบบแขวน

                นอกจากเครื่องปรับอากาศแบบติดผนังนั้นก็มีอีกแบบที่ค่อนข้างได้รับความนิยมเช่นกันนั่นก็คือเครื่องปรับอากาศแบบตั้งหรือแบบแขวน ซึ่งระดับของการติดตั้งนั้นไม่ได้อยู่ที่ผนังด้านบนแต่ว่าจะติดตั้งอยู่ที่พื้นด้านล่าง แต่ว่าก็ต้องใช้คอมเพรสเซอร์เหมือนกับแบบติดผนัง นอกจากนี้ควรหามุมที่ตั้งให้ดีเพราะว่าถ้าหากไปวางไว้ตรงมุมอับหรือที่ไม่สามารถกระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึงแล้วล่ะก็คงจะไม่คุ้มเลยล่ะ ดังนั้นจึงเหมาะกับห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นที่มีสัดส่วนไม่ซับซ้อน

                3. เครื่องปรับอากาศแบบตู้ตั้ง

                บางคนอาจจะคุ้นตากับเครื่องปรับอากาศในลักษณะนี้กันมากขึ้นตามสถานที่ต่าง ๆ แต่บางคนก็อาจจะยังไม่คุ้นเพราะว่าไม่ค่อยได้ถูกนำมาใช้ในบ้านเท่าไหร่ โดยเครื่องปรับอากาศแบบตู้ตั้งนั้นจะมีลักษณะเป็นตู้แบบสี่เหลี่ยมใหญ่ ๆ สามารถเคลื่อนย้ายไปในบริเวณต่าง ๆ ได้ ดังนั้นจึงมักนำมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า หรือว่าร้านอาหารที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของสถานที่อยู่บ่อย ๆ แต่ด้วยขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ถึงแม้ว่าจะเคลื่อนที่ได้ก็ยังเป็นอุปสรรคในการใช้งานในบ้านหรือว่าที่อยู่อาศัยอยู่ดี แต่ด้วยในปัจจุบันก็ได้มีเครื่องปรับอากาศแบบตู้ตั้งที่มีลักษณะเล็กลงอย่างมากหรือที่เราเรียกกันว่า แอร์เคลื่อนที่ ออกมาซึ่งสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้นในด้านรูปลักษณ์และยังคงมีประสิทธิภาพที่ดี

                4. เครื่องปรับอากาศแบบติดเพดาน

                สำหรับออฟฟิศหรือว่า ร้านค้า ร้านอาหาร ที่มีพื้นที่จำกัด และต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดอย่างคุ้มค่านั้น เครื่องปรับอากาศแบบติดเพดานถือว่าเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เพราะว่าสามารถติดตั้งไว้บนเพดานได้เลยโดยที่ไม่ต้องมีอุปกรณ์ใด ๆ มาเกะกะ ซึ่งอาจจะมีการติดตั้งที่ซับซ้อนและต้องใช้ช่างผู้ชำนาญการในการติดตั้งบำรุงรักษา ซึ่งไม่เหมาะกับบ้านและที่อยู่อาศัยทั่ว ๆ ไป แต่บางคอนโดก็ติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบติดเพดานมาให้เลยก็มี ทั้งนี้ก็แล้วแต่ผู้อยู่อาศัยว่าโอเคหรือไม่

                และนี่คือเรื่องราวของเครื่องปรับอากาศหรือว่าแอร์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่เรานำมาเสนอให้ทุกท่านได้ลองเอาไปใช้งานกันตามไลฟ์สไตล์กันได้เลยนะครับ